เอ็มเร่ มอร์ เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เคยถูกขนานนามว่าเป็น “เมสซี่แห่งตุรกี” ด้วยพรสวรรค์และทักษะที่โดดเด่นเหนือวัย ตั้งแต่ก้าวแรกของเขาในเส้นทางลูกหนัง มอร์ ได้รับการจับตามองในฐานะนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูง อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางอาชีพของเขา ปัญหาเกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมได้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เขาไม่สามารถไปถึงจุดสูงสุดของศักยภาพที่หลายคนคาดหวัง
ย้อนกลับไปในช่วงที่เขาค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มอร์ เคยมีปัญหากับโธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมในขณะนั้น และในที่สุดก็ต้องอำลาทีมไป เซลต้า บีโก้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของเขา และค่าตัวในการย้ายทีมของมอร์ก็กลายเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของสโมสร อย่างไรก็ตาม ชีวิตค้าแข้งของเขาที่เซลต้า บีโก้ ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น ผู้จัดการทีมของเซลต้าในเวลานั้นได้กล่าวว่า มอร์ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง เพราะพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันโอกาสลงสนามให้กับเขาได้
หลังจากมีปัญหาด้านพฤติกรรมอย่างหนัก เซลต้า บีโก้ ตัดสินใจปล่อยตัวเขาให้ กาลาตาซาราย ยืมใช้งาน ก่อนที่จะถูกปล่อยให้สโมสรอื่นยืมไปใช้อีกถึงสามครั้ง สุดท้ายแล้ว เซลต้า บีโก้ ก็สามารถปล่อยตัวเขาออกจากทีมได้สำเร็จเมื่อ เฟเนร์บาห์เช่ ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัวเขาไปร่วมทีม ผลงานของเขากับ เฟเนร์บาห์เช่ ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ โดยลงสนามไปทั้งหมด 46 นัด ทำได้ 6 ประตู และ 5 แอสซิสต์ ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้ Eyüpspor ยืมใช้งานในฤดูกาลนี้
กับ Eyüpspor มอร์เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งในแง่ของฟอร์มการเล่นและทัศนคติ เขาได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง และสามารถทำสถิติ 2 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 15 นัด ซึ่งทำให้เขากลับมาติดทีมชาติตุรกีชุดใหญ่อีกครั้ง การกลับมาติดทีมชาติครั้งนี้ถือเป็นการคืนสู่เวทีระดับนานาชาติครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งในอดีตเขาเคยติดทีมชาติตุรกีครั้งแรกตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี 10 เดือน และได้ลงเล่นไปทั้งหมด 15 นัด
เส้นทางของ เอ็มเร่ มอร์ เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า พรสวรรค์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำพานักเตะไปสู่จุดสูงสุดได้ หากขาดวินัยและทัศนคติที่เหมาะสม แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถกลับมาเป็นนักเตะระดับท็อปได้ แต่พัฒนาการล่าสุดของเขากับ Eyüpspor และการกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เขากำลังเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง หากสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ อนาคตของเขาอาจยังมีโอกาสสดใสรออยู่ข้างหน้า