เมื่อ “อิกอร์ ติอาโก้” ย้ายมาสู่ถิ่นกริฟฟินพาร์คในฤดูกาล 2024-25 หลายคนหมายมั่นว่าเขาจะเป็นตัวแทนของ ไอแวน โทนี่ย์ ที่ย้ายออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปร่าง ทักษะ และสัญชาตญาณเพชฌฆาตหน้าปากประตู ล้วนบ่งบอกว่าเขาคือกองหน้าที่พรสวรรค์สูง ทว่า…ทุกสิ่งกลับไม่เป็นไปตามฝัน
ฤดูกาลเปิดฉากเพียงไม่นาน อิกอร์ ติอาโก้ ก็โชคร้ายได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าซ้ำไปซ้ำมา หลังกลับมาลงสนามเพียง 4 นัด ก็ต้องพักอีกรอบ คราวนี้อาการบาดเจ็บถูกสื่อรายงานว่า “รุนแรงถึงขั้นวิกฤต” โดยเฉพาะเมื่อตรวจพบว่า บริเวณข้อเท้าที่บาดเจ็บมีภาวะติดเชื้อ ซึ่งทำให้การรักษาซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานกว่าที่คิด
แม้จะกลับมาลงสนามได้ในช่วงปลายฤดูกาล แต่ช่วงเวลาดังกล่าวก็ไม่เพียงพอสำหรับเขาในการหาจังหวะและฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ท่ามกลางการแข่งขันในแนวรุกของเบรนท์ฟอร์ดที่เข้มข้น ผลลัพธ์ของฤดูกาลแรกจึงไม่ต่างกับ “ฝันร้าย” ที่ไม่มีใครคาดคิดสำหรับหัวหอกชาวบราซิลรายนี้
แต่แล้ว ฤดูกาล 2025-26 ก็เปรียบเสมือนฟ้าหลังฝนที่พร่างพรมลงมายังชีวิตนักเตะวัย 25 ปีรายนี้ อิกอร์ ติอาโก้ กลับมาอย่างแข็งแกร่งและเฉียบขาด จนสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของเบรนท์ฟอร์ดได้แบบถาวร และเขาไม่ทำให้โอกาสนั้นหลุดลอย
ผ่านไปเพียงครึ่งฤดูกาล ติอาโก้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 21 นัด ทำได้ถึง 16 ประตู กลายเป็นนักเตะบราซิลที่ทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลเดียว มากกว่าที่รุ่นพี่ในแซมบ้าหลายคนเคยทำไว้ ก่อนสร้างสถิติใหม่กลายเป็นนักเตะอเมริกาใต้ที่ยิงได้มากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ณ เวลานี้
พรสวรรค์และความมุ่งมั่น รวมถึงบทเรียนจากช่วงเวลาที่ย่ำแย่ กำลังถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังผลักดันให้เขาก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกองหน้าที่น่าจับตามองที่สุดของฟุตบอลยุโรป และถ้าเขารักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ได้ อีกไม่นานเราอาจได้เห็นชื่อของเขาอยู่ในทัพ “เซเลเซา” ชุดลุยฟุตบอลโลกในปีถัดไป
จากฝันร้ายในฤดูกาลแรก… อิกอร์ ติอาโก้ กำลังกลายเป็นฝันดีของแฟนบอลเบรนท์ฟอร์ด และอาจเป็นของชาวบราซิลทั้งประเทศในอนาคตอันใกล้
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
