ถ้าจะวิเคราะห์การล่มสลายของซาบี อลอนโซ่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวแบบลงลึกมากกว่าผลการแข่งขัน มันไม่ใช่แค่เรื่องของแท็กติก หรือนัดไหนที่เขา “แพ้” ในสนาม แต่เป็นการสูญเสีย “อำนาจ” จากภายในตลอดระยะเวลาที่ค่อย ๆ ทำให้ทีมเริ่มมีรอยร้าว จากข่าวรายงานทั้งในและนอกประเทศ สะท้อนตรงกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัวไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเขา—แม้ในขณะที่ทีมยังเก็บชัยชนะได้ก็ตาม
ซาบี อลอนโซ่ โดดเด่นในเรื่องการจัดเกม สร้างสไตล์ฟุตบอลที่มีระบบและสมดุล เขามาพร้อมทีมงานที่ลงรายละเอียดทุกจังหวะการฝึกซ้อม เพื่อสร้างรากฐานการเล่นให้มั่นคง
แต่คำถามคือ รายละเอียดนั้นมันเหมาะกับห้องแต่งตัวของเรอัล มาดริดหรือไม่?
นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ที่อยู่กับสโมสรมานาน หลายคนไม่ได้มอง “วินัย และระเบียบ” ว่าเป็นเรื่องปกติ แต่กลับมองว่ามันคือ “ข้อจำกัด” และเมื่อรายละเอียดเล็ก ๆ ที่โค้ชคอยย้ำกลายเป็นความน่ารำคาญ ความห่างเหินระหว่างโค้ชกับผู้เล่นก็เริ่มมากขึ้น
จุดเปลี่ยนอย่างแท้จริงเริ่มขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน เมื่ออลอนโซ่ถึงกับระเบิดอารมณ์ตะโกนใส่ผู้เล่นในสนามฝึกซ้อมว่า “ไม่รู้ว่ามาที่นี่เพื่อคุมเด็กหรือเปล่า” ซึ่งมันไม่ใช่เพียงถ้อยคำแสดงความไม่พอใจ แต่สะท้อนว่าเขากำลัง “ท้าทาย” สมดุลอำนาจในทีมที่มีนักเตะใหญ่เป็นศูนย์กลาง
เมื่อต่อมาสโมสรเลือกไม่ลงโทษวินิซิอุส จูเนียร์ กรณีแสดงพฤติกรรมฉุนเฉียวในเกมเอล กลาซิโก้ มันส่งสัญญาณชัดเจนว่า อลอนโซ่ควบคุมอะไรไม่ได้อีกแล้ว เมื่อโค้ชไม่มีอำนาจลงโทษ การสั่งการก็ไม่สมบูรณ์ ทุกคำพูดหลังจากนั้นกลายเป็นแค่คำแนะนำ ที่บางคนเลือกไม่ฟัง
จากรายงานหลายฉบับระบุว่า ห้องแต่งตัวแตกร้าวออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน—ฝั่งผู้เล่นที่ยังศรัทธาในวิธีของอลอนโซ่ กับฝั่งที่รู้สึกว่าแนวคิดของเขาไม่เปิดพื้นที่สำหรับความเป็นตัวเอง ส่งผลให้ความร่วมมือในสนามลดลง แม้แท็กติกยังคงใช้การได้ แต่ทีมเริ่มเสียสมดุลในแง่ของจิตวิญญาณและความเป็นหนึ่งเดียว
โมเมนต์ที่ยืนยันว่าทุกอย่างพังอย่างสิ้นเชิงคือเมื่อ คาบิบ นักสู้ UFC ที่สนับสนุนอลอนโซ่ ออกมาโพสต์เหน็บผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เรียกร้องให้มาคุมด้วยตัวเอง สุดท้ายไล่ออกเพราะเด็กที่ถูกสปอยล์” กลายเป็นการตอกย้ำภาพชัดเจนว่าความขัดแย้งครั้งนี้มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ อำนาจในการควบคุมห้องแต่งตัว
คำถามสำหรับเรอัล มาดริดต่อจากนี้ จึงไม่ใช่แค่ว่าใครคือโค้ชที่เก่งพอจะคุมทีมนี้ได้ แต่คือ สโมสรพร้อมหรือยังที่จะปกป้องอำนาจของโค้ช ให้เขาออกแบบทีมตามแนวทางของตนได้จริง เพราะถ้าห้องแต่งตัวยังเป็นพื้นที่ต่อรองสูงกว่าแท็กติก โค้ชคนไหนก็ไม่มีทางอยู่รอด
มันอาจถึงเวลาที่เรอัล มาดริดจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า สโมสรควรสร้างทีมจาก “ผู้นำ” ที่ข้างสนาม หรือต้องยอมให้คุณค่าเดิม ๆ ของห้องแต่งตัวเป็นตัวกำหนดเส้นทางตลอดไป
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
