ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสขยับเข้าใกล้เป้าหมายคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า หลังทำได้เพียงเปิดแอนฟิลด์เสมอเชลซี 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งที่ออกนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 6 จากลูกยิงสุดสวยของไรอัน กราเฟนแบร์ค ตามรายงานของ GOAL
เกมเริ่มเหมือนจะเป็นงานง่ายของเจ้าถิ่น เมื่อกราเฟนแบร์คปั่นบอลเข้ามุมบนอย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่เฟอร์จิล ฟาน ไดค์จะพลาดโอกาสทองในการบวกสกอร์เพิ่มไม่นานหลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม แนวรับของลิเวอร์พูลกลับเริ่มเสียทรง โดยเฉพาะฝั่งขวาที่เคอร์ติส โจนส์ถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งไม่ถนัด และโดนมาร์ค กูกูเรยาโจมตีซ้ำ ๆ จนจอร์จี มามาร์ดาชวิลีต้องออกแรงเซฟหลายครั้ง
เชลซีมาตามตีเสมอก่อนพักครึ่งจากจังหวะลูกตั้งเตะ เมื่อเอ็นโซ เฟร์นานเดซเปิดบอลเรียดเข้าไปในเขตโทษ เวสลีย์ โฟฟานาเข้าชาร์จโดยที่โคดี้ กัคโปไม่ทันระวังตัว ก่อนบอลไหลเข้าประตูไปโดยที่มามาร์ดาชวิลีหมดสิทธิ์ป้องกัน
ครึ่งหลัง เชลซีเกือบแซงนำจากจังหวะที่โคล พาลเมอร์ส่งบอลเข้าประตู แต่ VAR เข้ามาช่วยลิเวอร์พูลไว้ หลังจับได้ว่ากูกูเรยายืนล้ำหน้าในจังหวะก่อนหน้า จากนั้นโอกาสส่วนใหญ่เป็นของเจ้าถิ่น โจนส์โหม่งเข้าแต่ถูกริบเพราะล้ำหน้า ขณะที่โดมินิค โซบอสไลยิงให้ฟิลิป ยอร์เกนเซ่นต้องเซฟ ก่อนซัดชนเสา และฟาน ไดค์ก็มีจังหวะโหม่งชนคานช่วงท้ายเกม
รายงานการประเมินผลงานระบุว่า มามาร์ดาชวิลีเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำได้ดีที่สุดของลิเวอร์พูลจากความนิ่งและการเซฟหลายครั้ง ส่วนกราเฟนแบร์คโดดเด่นทั้งประตูขึ้นนำและการต่อสู้ในแดนกลาง ขณะที่งูโมฮาเป็นตัวรุกที่มีชีวิตชีวามากที่สุดของทีม จนเสียงในแอนฟิลด์แสดงความไม่พอใจเมื่อเขาถูกเปลี่ยนออกหลังผ่านหนึ่งชั่วโมงเล็กน้อย
ในทางกลับกัน โจนส์ถูกมองว่าเป็นปัญหาใหญ่จากการเล่นแบ็กขวาแบบไม่ถนัด และแนวรับฝั่งนั้นยังคงถูกโจมตีต่อเนื่อง แม้อาร์เน สล็อตจะปรับแท็กติกช่วงพักครึ่งเพื่อช่วยเพิ่มการสนับสนุนแล้วก็ตาม ก่อนจะส่งโจ โกเมซลงมาในช่วงท้ายเพื่อเสริมเกมรับ
แม้ลิเวอร์พูลยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการลุ้นไปแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่การทำได้เพียงเสมอกับเชลซีที่แพ้ในพรีเมียร์ลีกมาก่อนหน้านี้ 6 นัดติดต่อกัน ย่อมเป็นผลการแข่งขันที่น่าหงุดหงิดสำหรับทีมของสล็อตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
