อาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ปิดฉากการรอคอย 22 ปี กลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญของทั้ง มิเกล อาร์เตต้า และบอร์ดสโมสรที่เลือกยืนหยัดหนุนหลังเขามาตลอด ตามรายงานจาก Goal จุดเปลี่ยนได้รับการยืนยันหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้บอร์นมัธเมื่อวันอังคาร
เมื่อปีที่แล้ว แกรี เนวิลล์ เคยตั้งข้อสังเกตว่า ความสำเร็จที่เด่นที่สุดของอาร์เตต้าไม่ใช่แชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2020 แต่คือการยังรักษางานไว้ได้ แม้หลังจากนั้นทีมจะไม่มีแชมป์ใหญ่หลายฤดูกาล เขากล่าวผ่าน Sky Sports ว่า “เราคิดว่าวันแบบนั้นหมดไปแล้ว วันที่ใครสักคนจะได้รับความอดทนแบบนี้”
อาร์เตต้ากับบทพิสูจน์ของ อาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
อาร์เตต้าเคยย้ำว่าเขาจะ “ทำให้ถูกต้อง” หากได้รับ “เวลาอีกเล็กน้อย” และสุดท้ายคำพูดนั้นก็เกิดขึ้นจริง แม้ใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ชัยชนะของความอดทนจากสโมสร แต่ยังเป็นชัยชนะของความพากเพียรและความยืดหยุ่นของกุนซือชาวสเปน
กุนซือปืนใหญ่เคยเล่าถึงบรรยากาศย่ำแย่ก่อนเข้ารับงาน โดยจำภาพเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมที่ว่างไปครึ่งสนามได้ชัดเจน เขากล่าวว่า “ภาพนั้น ความรู้สึกของสนาม และแฟนบอลที่หายไป 50 เปอร์เซ็นต์ มันฝังอยู่ในใจผม ผมบอกว่า ด้วยสิ่งนี้ มันไม่มีโปรเจกต์ มันจะไม่เวิร์ก”
อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่แชมป์ไม่ได้มาพร้อมฟุตบอลสวยงามเสมอไป อาร์เตต้าถูกวิจารณ์เรื่องการใช้แท็กติกเน้นผลลัพธ์ การเล่นลูกตั้งเตะ การถ่วงเวลา และการจัดการเกมแบบเด็ดขาด จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับแนวทางของโชเซ มูรินโญมากกว่าเป๊ป กวาร์ดิโอลา
เธียร์รี อองรี ยอมรับว่าเขาเองเคยตั้งคำถามกับคำว่า เชื่อในกระบวนการ แต่ในฐานะแฟนบอล เขาให้ความเคารพกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “เราเคยถูกถามว่า ชนะทั้งที่เล่นไม่สวยได้ไหม ตอนนี้ทีมกำลังทำสิ่งนั้น และทำได้อย่างเชี่ยวชาญ”
ท้ายที่สุด อาร์เซนอลอาจถูกจดจำในฐานะทีมที่แข็งแกร่งจากลูกตั้งเตะและศาสตร์มืด แต่เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาคือทีมที่ยุติหนึ่งในการรอคอยอันยาวนานที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ และอาร์เตต้าก็สมควรได้รับความเคารพจากการหาทางพาทีมไปถึงเส้นชัยได้จริง
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
