อาร์เซนอลแชมป์พรีเมียร์ลีก กลับมายืนบนจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง หลังผลเสมอ 1-1 ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ บอร์นมัธ เมื่อวันอังคาร การันตีให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า คว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคไร้พ่ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในปี 2004
ความสำเร็จครั้งนี้เป็นปลายทางของเส้นทางที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน โดยเฉพาะหลังเกมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-5 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2021 ซึ่งทำให้อาร์เซนอลจมบ๊วยพรีเมียร์ลีกจากการแพ้ 3 นัดแรกของฤดูกาล เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นกับสโมสรตั้งแต่ปี 1954
เส้นทางของอาร์เตต้าสู่จุดสูงสุดกับปืนใหญ่
เวลานั้น อาร์เตต้าเพิ่งเริ่มงานคุมทีมชุดใหญ่ได้ราวปีครึ่ง และยอมรับว่าเขาตั้งคำถามกับตัวเอง ท่ามกลางข้อสงสัยว่าเหมาะสมจะพาอาร์เซนอลเดินหน้าหรือไม่ แต่บอร์ดบริหารภายใต้ สแตน โครเอนเก้ ยังคงเชื่อมั่น แม้กระบวนการสร้างทีมใหม่ต้องใช้เวลายาวนานกว่าที่คาด
อาร์เตต้าเริ่มจากการวางรากฐานด้วยนักเตะหนุ่มอย่าง บูกาโย ซาก้า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี, วิลเลียม ซาลิบา, เบน ไวท์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด ก่อนต่อยอดด้วยแข้งระดับสูงที่มีประสบการณ์มากขึ้นอย่าง เดแคลน ไรซ์, วิคตอร์ เยอเคเรส และ เอเบเรชี เอเซ่
แม้ถูกมองเป็นทีม เกือบแชมป์ หลังจบรองแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 ปีติดต่อกัน แต่อาร์เซนอลแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจมากขึ้นในฤดูกาลนี้ โดยยืนระยะจากการออกสตาร์ตที่ยอดเยี่ยม และรับมือการไล่กวดช่วงท้ายฤดูกาลของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ
จุดเด่นของทีมชุดนี้คือความแน่นอนในเกมรับและลูกตั้งเตะ อาร์เซนอลเสียเพียง 26 ประตูจาก 37 นัด ขณะที่ ดาบิด รายา เก็บคลีนชีต 19 นัด และคว้ารางวัลถุงมือทองคำเป็นปีที่สามติดต่อกัน ส่วน เยอเคเรส ยิงไป 21 ประตูรวมทุกรายการในฤดูกาลแรกกับสโมสร
จากวันที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก อาร์เตต้าพาอาร์เซนอลเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นประสบการณ์ และเปลี่ยนทีมที่เคยถูกล้อว่าเป็นรองแชมป์ถาวร ให้กลับมาเป็นแชมป์อังกฤษอีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
