ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Goal ประเด็น ฟุตบอลโลก 2026 ขยายทีม กำลังถูกจับตาอย่างหนัก หลังทัวร์นาเมนต์ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมเป็นเจ้าภาพ จะเพิ่มเป็น 48 ทีม และมีการแข่งขันรวม 104 นัดตลอดเกือบ 6 สัปดาห์
รูปแบบใหม่ทำให้หลายชาติได้โอกาสสัมผัสเวทีใหญ่ แต่ก็แลกมาด้วยคำถามเรื่องคุณภาพ ความเข้มข้น และความสนใจของแฟนบอล โดยเฉพาะเมื่อทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดยังมีโอกาสผ่านเข้ารอบ 32 ทีม ทำให้ความกดดันในรอบแบ่งกลุ่มลดลงจากเดิม
เวทีฟุตบอลโลก 48 ทีมกับความเสี่ยงเรื่องคุณภาพ
คลินต์ เดมป์ซีย์ อดีตกองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า “โดยส่วนตัว ผมคิดว่ามันทำให้ความตื่นเต้นและคุณภาพของทัวร์นาเมนต์ลดลงไปเล็กน้อย และเหมือนกับว่ามันยังไม่เริ่มจริง ๆ จนกว่าจะถึงรอบ 32 ทีม”
ด้านนักเขียนฟุตบอล โจนาธาน วิลสัน มองว่าอันตรายใหญ่คือการทำให้เสน่ห์ของฟุตบอลโลกเจือจางลง พร้อมเตือนว่าแฟนบอลและผู้ถ่ายทอดสดอาจเริ่มไม่สนใจ หากทัวร์นาเมนต์ไม่น่าติดตามจนกว่าจะถึงรอบ 16 ทีม เพราะไม่มีใครดูครบ 90 จาก 104 เกมได้จริง
ขณะเดียวกัน จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ยืนยันว่าการขยายทีมจะทำให้เกมลูกหนังเป็นระดับโลกอย่างแท้จริง และเปิดโอกาสให้ชาติที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เล่นฟุตบอลโลก โดยครั้งนี้มีทีมหน้าใหม่อย่าง คูราเซา, จอร์แดน, เคปเวิร์ด และอุซเบกิสถาน รวมถึงเฮติที่กลับมาได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1974
นักเตะล้า ตั๋วแพง และแรงกดดันต่อฟีฟ่า
อีกประเด็นสำคัญคือภาระของนักเตะระดับท็อป หลังหลายคนต้องเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ต่อเนื่องหลายปี เจมี คาร์ราเกอร์ ระบุว่า “นักเตะระดับท็อปถูกปฏิบัติเหมือนปศุสัตว์อยู่เล็กน้อย” พร้อมชี้ว่าควรคำนึงถึงทั้งร่างกายและสภาพจิตใจของผู้เล่นมากกว่านี้
ฟีฟ่ายังคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์จากทัวร์นาเมนต์นี้ ขณะที่ราคาตั๋วบางส่วนพุ่งสูงมาก รวมถึงตั๋วนัดชิงที่มีการระบุราคาหน้าตั๋วสูงถึง 32,970 ดอลลาร์ แม้ถูกแฟนบอลวิจารณ์เรื่องราคา แต่ความต้องการยังคงสูง และฟุตบอลโลกฉบับใหญ่พิเศษครั้งนี้จึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า มากขึ้น จะหมายถึง ดีขึ้น จริงหรือไม่
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
