ตามรายงานจาก Goal ระบุว่า เปแอสเชลุ้นป้องกันแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในรอบชิงชนะเลิศที่บูดาเปสต์ วันเสาร์นี้ โดยการดวลกับ อาร์เซนอล ไม่ได้มีแค่ถ้วยยุโรปเป็นเดิมพัน แต่ยังเป็นโอกาสให้ปารีส แซงต์-แชร์กแมงประกาศตัวในฐานะหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลยุคใหม่
หากทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ คว้าชัยที่ปุสกัส อารีนา พวกเขาจะกลายเป็นเพียงทีมที่สองที่ป้องกันแชมป์รายการนี้ได้ นับตั้งแต่ฟุตบอลถ้วยยุโรปเปลี่ยนชื่อเป็นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เมื่อปี 1992 หลังจากเรอัล มาดริดของซีเนดีน ซีดานเคยทำได้ด้วยการคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 2016-18
เปแอสเชกับภารกิจสร้างประวัติศาสตร์ยุโรป
เอ็นริเก้กล่าวถึงเป้าหมายของตัวเองว่า “ผมมาถึงสโมสรโดยคิดว่า เป้าหมายของผมคือการสร้างประวัติศาสตร์ และเราก็สร้างประวัติศาสตร์ได้แล้ว เราต้องการเขียนเรื่องราวนี้ต่อไป เพราะเราเชื่อว่ายังมีสิ่งที่เราทำได้มากกว่านี้”
เปแอสเชถูกยกให้เป็นทีมที่วางมาตรฐานสูงสุดในยุโรปตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยฟุตบอลเกมรุกที่เปี่ยมพลัง ผสมความดุดันและความกล้าเล่นแบบเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนสูงสุด ภาพชัดที่สุดคือชัยชนะ 5-0 เหนืออินเตอร์ มิลานในรอบชิงปีก่อน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในเกมชิงดำที่เหนือชั้นที่สุดของทัวร์นาเมนต์
จุดเด่นสำคัญของทีมชุดนี้คืออายุเฉลี่ยต่ำกว่า 24 ปี โดยมีนักเตะอย่าง เดซิเร ดูเอ้ วัย 20 ปี และชูเอา เนเวส วัย 21 ปี เป็นแกนสำคัญ หลังยุคของลิโอเนล เมสซี, เนย์มาร์ และคีลิยัน เอ็มบัปเป้ สโมสรหันมาสู่แนวทางที่เน้นโครงสร้างทีมมากขึ้น แม้ยังเต็มไปด้วยพรสวรรค์ราคาแพงก็ตาม
อาร์เซนอลหวังล้มแชมป์เก่า
อีกด้านหนึ่ง อาร์เซนอลในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกกำลังลุ้นแชมป์ยุโรปสมัยแรก หลังผ่านเข้าสู่รอบชิงจากผลงานชนะรวดในลีกเฟส โดยทีมของมิเกล อาร์เตต้าเคยแพ้เปแอสเชในรอบรองชนะเลิศเมื่อฤดูกาลก่อน
อาร์เตต้ามองเกมนี้ว่า “นี่คือสองทีมที่ยอดเยี่ยมในวิธีการทำงาน การปรับตัว และความเข้มข้นในการเล่น เราจะต้องเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองเพื่อคว้าชัยชนะ” สำหรับเปแอสเช นี่อาจไม่ใช่แค่ค่ำคืนแห่งการป้องกันแชมป์ แต่คือบทพิสูจน์ว่าพวกเขาพร้อมยืนในแถวหน้าของประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรปจริงหรือไม่
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
