สนามฟุตบอลโลก 2026 เตรียมกระจายความมันส์ไปยัง 16 สังเวียนในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก โดยหลายแห่งถูก FIFA เปลี่ยนชื่อชั่วคราวระหว่างทัวร์นาเมนต์ เพราะเจ้าของสิทธิ์ชื่อสนามไม่ได้เป็นสปอนเซอร์ขององค์กรลูกหนังโลก ตามข้อมูลที่ Goal รวบรวมจากรายงานล่าสุด
ศึกครั้งนี้ถือเป็นฟุตบอลโลกฉบับใหญ่เต็มพิกัด ทั้งในแง่จำนวนทีมและระยะทางการเดินทาง โดยสนามระดับเอ็นเอฟแอลหลายแห่งต้องปูหญ้าจริงทับพื้นหญ้าเทียม เพื่อให้พร้อมสำหรับเกมลูกหนังระดับโลก
เม็ตไลฟ์รับบทเจ้าภาพนัดชิง ส่วนอัซเตก้าเปิดหัว
เม็ตไลฟ์ สเตเดียม ในนิวเจอร์ซีย์จะผงาดเป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศวันที่ 19 กรกฎาคม หลังเคยรองรับเกมใหญ่ระดับโคปา อเมริกา เซนเตนาริโอมาแล้ว ขณะที่ เอสตาดิโอ อัซเตก้า ในเม็กซิโก ซิตี้ รับหน้าที่เปิดหัวทัวร์นาเมนต์ และมีดีกรีเคยจัดนัดชิงฟุตบอลโลกปี 1970 กับ 1986
ฝั่งสหรัฐฯ ยังมีสนามยักษ์อย่าง เอทีแอนด์ที สเตเดียม, โซไฟ สเตเดียม, ฮาร์ด ร็อก สเตเดียม, เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม และแอร์โรว์เฮด ซึ่งถูกรีแบรนด์เป็นแคนซัส ซิตี้ สเตเดียมสำหรับรายการนี้ โดยบางแห่งเจอประเด็นเรื่องการเดินทางและค่าบริการขนส่งที่แฟนบอลต้องวางแผนให้ดี
แคนาดาส่ง บีเอ็มโอ ฟิลด์ ที่โตรอนโต และ บีซี เพลส ที่แวนคูเวอร์ลงรับบทเจ้าภาพ โดยบีเอ็มโอมีการเพิ่มอัฒจันทร์ชั่วคราว ส่วนบีซี เพลสเคยเป็นสังเวียนนัดชิงฟุตบอลโลกหญิง 2015 มาแล้ว
ด้านเม็กซิโกนอกจากอัซเตก้า ยังมีสนามในกวาดาลาฮาราและมอนเตร์เรย์ร่วมจัดเกม โดยเฉพาะมอนเตร์เรย์ที่ต้องรับมืออากาศร้อนจัด ซึ่งอาจสะเทือนการเตรียมทีมของหลายชาติไม่น้อย
ภาพรวมแล้ว ฟุตบอลโลก 2026 จะไม่ใช่แค่ศึกในสนาม แต่ยังเป็นบททดสอบใหญ่เรื่องพื้นสนาม การเดินทาง และประสบการณ์แฟนบอล ก่อนทุกชาติจะลั่นกลองรบชิงความเป็นหนึ่งบนเวทีโลก
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
