ฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะกลับมาจัดในอเมริกาเหนืออีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เวอร์ชันเดิมแบบปี 1994 ที่สหรัฐฯ รับหน้าเสื่อเดี่ยว ๆ เพราะทัวร์นาเมนต์ใหม่จะกระจายความมันไปทั้งสหรัฐฯ, เม็กซิโก และแคนาดา ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ถึงนัดชิงวันที่ 19 กรกฎาคม
ตามข้อมูลที่ Goal รวบรวม ความต่างที่แฟนบอลเห็นชัดสุดคือราคาตั๋ว ปี 1994 เกมรอบแรกอยู่ที่ 25-75 ดอลลาร์ และนัดชิงที่โรส โบวล์อยู่ระหว่าง 180-475 ดอลลาร์ แต่ปี 2026 ราคาตั๋วรอบแรกเริ่ม 140 ดอลลาร์ พุ่งไปถึง 2,735 ดอลลาร์ ส่วนนัดชิงแตะ 4,185-8,680 ดอลลาร์ ก่อนฟีฟ่าจะหั่นเพดานบนใหม่เป็น 10,990 ดอลลาร์ ในเดือนเมษายน ภายใต้ระบบราคาตามความต้องการ
ฟุตบอลโลกยุคใหม่ ทีมเพิ่ม เกมเพิ่ม สนามก็จัดหนักกว่าเดิม
ปี 1994 เป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายที่มี 24 ทีม ก่อนขยับเป็น 32 ทีมในปี 1998 ขณะที่ปี 2026 ขยายเป็น 48 ทีม พร้อมเพิ่มรอบ 32 ทีมสุดท้าย ทำให้ทีมที่ทะลุถึงนัดชิงต้องลงเล่น 8 นัด จากเดิม 7 นัด เรียกว่างานหนักขึ้นแบบไม่ต้องลุ้น
เรื่องสนามก็เปลี่ยนเยอะ ปี 1994 ใช้ 9 สนามในสหรัฐฯ โดยเกมเปิดสนามเตะที่โซลเยอร์ ฟิลด์ เมืองชิคาโก ส่วนปี 2026 ใช้ 16 สนาม แบ่งเป็น 11 สนามในสหรัฐฯ, 3 สนามในเม็กซิโก และ 2 สนามในแคนาดา โดยตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไปจะเตะในสหรัฐฯ ทั้งหมด แต่ชิคาโกไม่ร่วมจัดครั้งนี้ หลังเมืองชี้ว่าไม่ได้รับหลักประกันทางการเงินจากฟีฟ่าเพียงพอ
ปี 1994 มีแฟนบอลเข้าสนามรวมเป็นสถิติ 3.59 ล้านคน เฉลี่ย 68,991 คนต่อ 52 นัด ส่วนครั้งนี้จำนวนเกมเพิ่มขึ้นเท่าตัว ทำให้คาดว่าผู้ชมรวมอาจโกยถึง 6-7 ล้านคน
กฎในสนามก็สะเทือนกว่าเดิม จากยุคที่ทีมเปลี่ยนตัวได้เพียง 2 คนในปี 1994 มาถึงปัจจุบันที่เปลี่ยนได้ 5 คน มีคนที่ 6 หากต่อเวลาพิเศษ และยังเปลี่ยนตัวกรณีศีรษะกระทบกระเทือนได้อีก ขณะที่อากาศร้อนชื้นยังเป็นโจทย์เดิม แต่ปี 2026 จะมีช่วงพักดื่มน้ำ 3 นาทีในแต่ละครึ่ง ซึ่งกุนซือคงใช้เป็นจังหวะคุยแท็กติกไปในตัว
อีกจุดที่ต่างคือการบริหารจัดการ ปี 1994 คณะกรรมการจัดท้องถิ่นเป็นตัวหลัก โดยมี อลัน โรเธนเบิร์ก เป็นหัวเรือใหญ่ แต่ปี 2026 ฟีฟ่าเข้ามาคุมเองเต็มตัว ภายใต้การนำของ จานนี อินฟานติโน ทำให้ฟุตบอลโลกหนนี้ไม่ได้แค่ใหญ่ขึ้น แต่ยังเปลี่ยนหน้าตาแทบทุกมิติจากยุคที่ขุนพลแซมบ้าของ โรมาริโอ ผงาดแชมป์เมื่อ 32 ปีก่อน
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
