ฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่ทันเปิดฉากก็กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ Goal ชำแหละบทบาทของ จานนี อินฟานติโน่ ประธาน FIFA ที่เคยลั่นว่าทัวร์นาเมนต์นี้จะต้อนรับทุกคน แต่ภาพจริงกลับเต็มไปด้วยปัญหาวีซ่าและราคาตั๋วสุดโหด
อินฟานติโน่เคยเปิดใจว่า ฟุตบอลโลก 1982 ที่อิตาลีคว้าแชมป์คือความทรงจำฝังใจในวัยเด็กของเขา ทว่าความรักต่อทัวร์นาเมนต์นี้กลับถูกตั้งคำถามหนัก เมื่อฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่เขาดูแลถูกมองว่าเริ่มกลายเป็นงานของคนมีเงินและคนที่ผ่านด่านการเมืองได้เท่านั้น
ฟุตบอลโลกยุคอินฟานติโน่ เจอทั้งวีซ่าและตั๋วแพง
ประเด็นใหญ่คือการร่วมเป็นเจ้าภาพของสหรัฐฯ ภายใต้บรรยากาศข้อจำกัดการเดินทางและวีซ่าที่เข้มงวด โดย โอมาร์ อาร์ตัน ผู้ตัดสินชาวโซมาเลีย กลายเป็นบุคคลระดับสูงรายล่าสุดที่ถูกปฏิเสธเข้าประเทศ ขณะที่แฟนบอลจากหลายมุมโลกก็เจอชะตาไม่ต่างกัน
ก่อนหน้านี้ อินฟานติโน่เคยยืนยันกับนักข่าวแอฟริกันว่า “ทุกคนจะได้รับการต้อนรับในแคนาดา, เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา สำหรับฟุตบอลโลกปีหน้า ขั้นตอนวีซ่าจะราบรื่น” แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คำพูดดังกล่าวถูกนำกลับมาสับอย่างหนัก
อีกด้านหนึ่ง FIFA ยังโดนจวกเรื่องระบบราคาตั๋วแบบไดนามิก รวมถึงค่าธรรมเนียม 30 เปอร์เซ็นต์จากการขายตั๋วต่อ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการโกยเงินจากแฟนบอล อินฟานติโน่ยังเคยพูดติดตลกว่า หากมีคนซื้อตั๋วนัดชิงฯ ราคา 2 ล้านดอลลาร์ เขาจะนำฮอตด็อกกับโค้กไปเสิร์ฟให้เอง
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยิ่งทำให้กระแสตีกลับแรงขึ้น หลังประธาน FIFA เคยมอบรางวัลสันติภาพให้ผู้นำสหรัฐฯ ในงานจับสลากฟุตบอลโลก ทั้งที่เขามักย้ำเสมอว่าฟุตบอลควรอยู่ห่างจากการเมือง
ตอนนี้อัยการสูงสุดของนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์เริ่มสอบสวนแนวทางจำหน่ายตั๋ว ขณะที่กลุ่ม FairSquare เปิดแคมเปญ Reboot FIFA ทำให้งานนี้อินฟานติโน่อาจไม่ได้แค่เงิบเรื่องภาพลักษณ์ แต่ยังต้องรับมือแรงกดดันก่อนการเลือกตั้งตำแหน่งประธาน FIFA ในปีหน้า
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
