ท่ามกลางบรรยากาศที่หลายชาติยังมีรอยแยกทางสังคม ศรัทธาในฟุตบอลโลก กลับกลายเป็นอีกภาพจำที่น่าสนใจ เมื่อหลายทีมโชว์ให้เห็นว่าแข้งต่างพื้นเพและต่างศาสนาสามารถร่วมมือกันเพื่อล่าชัยในสนามได้อย่างลงตัว ตามรายงานจาก Goal
กระแสนี้เด่นชัดเป็นพิเศษในทีมชาติโซนยุโรปตะวันตก ซึ่งในอดีตเคยมีภาพจำเป็นทีมที่มีนักเตะผิวขาวและนับถือคริสต์เป็นหลัก แต่เมื่อสังคมหลากหลายขึ้น ขุมกำลังทีมชาติก็เปลี่ยนตาม ทั้งนักเตะคริสต์และมุสลิมต่างเปิดเผยความเชื่อของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ฟุตบอลโลกกับภาพทีมที่หลากหลายกว่าเดิม
สิงโตคำราม มีแข้งมุสลิมติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก โดยสื่ออังกฤษระบุว่าเป็น เจด สเปนซ์ ฟูลแบ็กจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ขณะที่ ฝรั่งเศส มีผู้เล่นจากพื้นเพโปรเตสแตนต์ คาทอลิก และมุสลิม ส่วน สเปน มี ลามีน ยามาล ดาวรุ่งวัย 18 ปี ซึ่งเป็นมุสลิมที่กำลังฉายแววกับทัพกระทิงดุ
ด้าน สวีเดน ก็มี ยาซิน อายารี แข้งมุสลิมที่ก้มกราบขอบคุณพระเจ้าหลังยิงประตูแรก ก่อนจะเบิ้ลช่วยทีมชนะ ตูนิเซีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อเขา ภาพดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของฟุตบอลที่เชื่อมคนต่างความเชื่อเข้าด้วยกันได้แบบไม่ต้องปรุงแต่ง
“มันเป็นทั้งสัญลักษณ์ และเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาจริง” อีบู พาเทล ประธานองค์กร Interfaith America เริ่มกล่าว พร้อมชี้ถึงภาพแข้งคริสต์ทำสัญลักษณ์กางเขน และแข้งมุสลิมยกมืออธิษฐานหลังทำประตู
“พวกเขายิงได้ ต่างคนต่างสวดภาวนาตามความเชื่อของตัวเอง จากนั้นก็หันมากอดกัน คุณกำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างชุมชนและทีมฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม” พาเทล กล่าวเสริม
นอกจากนั้น ฟุตบอลโลกครั้งนี้ยังมี โม ซาลาห์ ดาวดังทีมชาติอียิปต์ที่แสดงศรัทธาอิสลามอย่างเปิดเผย, ลูก้า โมดริช แข้งคาทอลิกของโครเอเชีย, ไอมาร์ เชอร์ หนึ่งในแข้งคริสต์ของอิรัก และ คริสเตียน พูลิซิช ที่พูดถึงความเชื่อคริสต์ของตัวเองอยู่เสมอ สุดท้ายแล้วบอลโลกไม่ได้มีแค่สกอร์หรือแต้มในตาราง แต่ยังสะท้อนว่าห้องแต่งตัวเดียวกันอาจกว้างพอสำหรับทุกศรัทธา
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
