Goal รายงานว่า ราอูล รานเกล กำลังกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวน่าจับตาของทีมชาติเม็กซิโก หลัง ฮาเวียร์ อากีร์เร่ เลือกดันนายด่านวัย 26 ปีเป็นมือหนึ่งในฟุตบอลโลก แทนที่จะฝากความหวังไว้กับประสบการณ์ของ กีเยร์โม โอชัว
รานเกลตอบแทนความเชื่อใจแบบเต็ม ๆ ด้วยจังหวะ ซูเปอร์เซฟ นาที 87 ในเกมที่เม็กซิโกเฉือน โสมขาว 1-0 ช่วยให้เจ้าภาพร่วมลิ่วเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เป็นทีมแรกของทัวร์นาเมนต์ปีนี้ พร้อมเก็บคลีนชีตไปแล้ว 2 นัด
รานเกลลุ้นตามรอยตำนานนายด่านเม็กซิโก
การไม่เสียประตู 2 เกมแรกทำให้มือกาวจากชีวาสขึ้นไปทาบผลงานของ ฮอร์เก้ กัมโปส ตำนานนายด่านจังโก้ และในเกมถัดไปกับ เช็ก เขามีโอกาสไล่ล่าสถิติของ อิกนาซิโอ กัลเดรอน ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูเม็กซิโกคนเดียวที่เคยเก็บ 3 คลีนชีตในฟุตบอลโลกหนเดียว เมื่อปี 1970
เส้นทางของรานเกลถือว่ามาไวเกินคาด เพราะเมื่อ 3 ปีก่อนเขายังเล่นกับ ตาปาติโอ ในลีกรอง ก่อนเพิ่งยึดมือหนึ่งชีวาสได้เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ หลุยส์ อังเคล มาลากอน เคยเป็นตัวเต็งของทีมชาติ แต่บาดเจ็บเอ็นร้อยหวายซ้ายฉีกในเดือนมีนาคมจนหมดสิทธิ์ลงสนาม
“ราอูลแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งแต่วันที่เราเรียกเขามา เขาเคยเป็นสำรองของ หลุยส์ อังเคล มาลากอน แต่เขาอดทนและพัฒนาต่อเนื่อง เขาอาจดูประหม่าเล็กน้อยในเกมแรก แต่ก็ทำได้ดี” อากีร์เร่ เริ่มกล่าว
แม้ถูกดร็อปไปนั่งสำรอง แต่ กีเยร์โม โอชัว กลับรับบทพี่เลี้ยงอย่างเต็มใจ โดยรานเกลเปิดใจว่า “ผมต้องขอบคุณ ‘เมโม่’ เขาเป็นเหมือนครูของผมจริง ๆ เขาช่วยผมมาก และมอบความนิ่งที่เขามีในทุกวันให้กับผม”
โอชัวเคยเก็บคลีนชีต 2 นัดแรกในฟุตบอลโลก 2014 และยังเป็นเจ้าของสถิติคลีนชีตรวมมากสุดของเม็กซิโกในฟุตบอลโลก ส่วนรานเกลยังต้องพิสูจน์ต่อ โดยเจ้าตัวย้ำว่าทีมต้องมองทีละเกม ไม่ปล่อยให้ความมั่นใจกลายเป็นความประมาท
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
