เกมชนะ โครเอเชีย กลายเป็นหลักฐานชัดว่า ตัวสำรองอังกฤษ อาจเป็นกุญแจสำคัญ หากทีมของ โธมัส ทูเคิล หวังไปไกลในฟุตบอลโลก 2026 โดย Goal มองว่าขุมกำลังจากม้านั่งสำรองของ “สิงโตคำราม” มีคุณภาพพอเปลี่ยนเกมได้จริง
แนวคิดนี้คล้ายกับที่ มิเกล อาร์เตต้า เคยเรียกแข้งสำรองว่า “ตัวปิดเกม” มากกว่าแค่คนถูกเปลี่ยนลงสนาม เพราะ อังกฤษ มีตัวรุกให้เลือกเพียบ แต่ไม่สามารถยัดทุกคนลง 11 ตัวจริงพร้อมกันได้
ม้านั่งสิงโตคำรามเริ่มโชว์ของ
ฝั่งซ้ายของเกมรุกเป็นตัวอย่างชัดเจน ทูเคิลเลือก แอนโธนี่ กอร์ดอน ออกสตาร์ตก่อน มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งกอร์ดอนทำงานหนักทั้งเพรสซิ่ง วิ่งโจมตีพื้นที่ และสร้างปัญหาให้แนวรับ แม้ได้สัมผัสบอลเพียง 17 ครั้งก็ตาม
จากนั้น แรชฟอร์ดถูกส่งลงมาในนาที 72 และอีก 13 นาทีต่อมาก็ กดตุง ปิดท้ายจังหวะต่อบอลสวย ๆ ของทีม เรียกได้ว่าลงมาแล้วสร้างอิมแพ็กต์ทันที
“มาร์คัสผลักดันตัวเองในสนามซ้อมอย่างต่อเนื่องในระดับสูงสุด ผมมีความสุขมากที่เขาได้ประตู และหวังว่าเขาจะยังหิวสำหรับลูกต่อไป เพราะตลอด 17 วันที่ผ่านมาเขาน่าประทับใจมาก และสมควรได้ประตูนี้” ทูเคิล เริ่มกล่าว
ไม่ใช่แค่ แรชฟอร์ด เพราะ มอร์แกน โรเจอร์ส ก็ถูกส่งลงมาราวนาที 70 และมีส่วนสำคัญกับเกมรุก รวมถึงการวิ่งหลอกในจังหวะประตูที่ 4 ขณะที่ ดีเจด สเปนซ์ ลงมาแทน รีซ เจมส์ แล้วเติมเกมได้วูบวาบจนเกือบมีชื่อบนสกอร์บอร์ด
ส่วน บูกาโย่ ซาก้า ยังถูกประคองความฟิตจากปัญหาเอ็นร้อยหวาย โดย นอนี่ มาดูเอเก้ ได้ออกสตาร์ต ก่อนที่ ซาก้า จะลงมาเล่น 20 นาทีและแอสซิสต์ให้ แรชฟอร์ด ยิงประตู ทูเคิลยังยืนยันว่าเขาจะพร้อมขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อถึงเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
ที่น่าสนใจคือยังมีชื่ออย่าง โอลลี่ วัตกินส์, เอเบเรชี่ เอเซ่ และ ค็อบบี้ เมนู ที่ยังไม่ได้ลงสนามด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับฟุตบอลโลก 2018 ที่ เซาธ์เกต มีตัวเลือกอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค และ ฟาเบียน เดลฟ์ บนม้านั่ง วันนี้ อังกฤษมีอาวุธแน่นกว่าเดิมหลายขุม หากบริหารความฟิตและอีโก้ในทีมได้ดี แข้งชุดนี้มีสิทธิ์ช่วยพาทีม ลิ่ว ถึงรอบลึกแบบไม่ต้องพึ่งแค่ 11 ตัวจริง
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
