Goal ชี้ว่า ฟุตบอลโลก 2026 กำลังเจอคำถามใหญ่เรื่องความยุติธรรม หลังรูปแบบใหม่อาจเปิดช่องให้เกิดสถานการณ์คล้าย “ความอัปยศแห่งกิฆอน” เมื่อปี 1982 อีกครั้ง
เหตุการณ์ต้นเรื่องเกิดขึ้นในเกมเยอรมนีตะวันตกเฉือนออสเตรีย 1-0 จากประตูของ ฮอร์สต์ ฮรูเบช นาทีที่ 10 โดยผลดังกล่าวทำให้ทั้งสองทีมลิ่วเข้ารอบ และเขี่ยแอลจีเรียตกรอบ ทั้งที่แฟนบอลในสนามมองว่าครึ่งหลังแทบไม่มีใครอยากบุกกันแล้ว จนมีเสียงตะโกนว่า “มันล็อกผล”
รูปแบบใหม่ฟุตบอลโลก 2026 ถูกตั้งคำถามหนัก
หลังจากนั้นฟีฟ่าจึงปรับกฎให้เกมนัดสุดท้ายของแต่ละกลุ่มเตะพร้อมกัน เพื่อลดโอกาสฮั้วผล แต่การขยายทีมจาก 32 เป็น 48 ทีม ในปี 2026 กลับสร้างปัญหาใหม่ เพราะต้องให้ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 8 ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย
จานนี อินฟานติโน เคยลั่นในกาตาร์ว่า “กลุ่มละ 4 ทีมยอดเยี่ยมมาก จนถึงนาทีสุดท้ายของเกมสุดท้าย คุณยังไม่รู้ว่าใครจะผ่านเข้ารอบ” ก่อนฟีฟ่าจะหั่นแผนเดิมจาก 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม แล้วเปลี่ยนเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาอยู่ที่ตารางทีมอันดับ 3 และกฎไทเบรกใหม่ที่ใช้ผลงานเฮดทูเฮดก่อนผลต่างประตูได้เสีย ทำให้บางทีมตกรอบเร็ว และบางเกมลดความเสี่ยงลงอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะคู่ ออสเตรีย ดวล แอลจีเรีย ในกลุ่มเจ
ทั้งสองทีมแพ้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา และชนะจอร์แดนเหมือนกัน โดยออสเตรียนำอยู่จากผลต่างประตู แต่แอลจีเรียรู้แล้วว่าแค่เจ๊าก็พอเข้ารอบ ขณะที่ออสเตรียเองก็การันตีอันดับ 2 หากแบ่งแต้มกันได้
ยิ่งไปกว่านั้น ทีมอันดับ 2 กลุ่มนี้มีโอกาสไปเจอ “กระทิงดุ” สเปน ส่วนอันดับ 3 อาจเจอสวิส ทำให้เกิดคำถามว่าระบบนี้กำลังบังคับให้บางทีมคิดเรื่องผลประโยชน์มากกว่าการซัดกันเต็มสูบหรือไม่ แม้ไม่มีอะไรบ่งชี้ว่า ราล์ฟ รังนิก จะสั่งลูกทีมปล่อยเกมก็ตาม
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
