เยอรมนีตกรอบฟุตบอลโลก 2026 แบบช็อกแฟนบอล หลังเจ๊า ปารากวัย 1-1 ตลอด 120 นาที ก่อนพ่ายดวลจุดโทษ 4-3 ในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่ฟอกซ์โบโร เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามรายงานของ Goal
ทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ครองบอลถึง 75 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสยิงมากกว่าถึง 21-7 ครั้ง แต่กลับเจาะคู่แข่งจากอเมริกาใต้ไม่ขาด แถมยังต้องมาเจอดราม่า VAR หั่นประตูชัยของ โยนาธาน ทาห์ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
ดราม่า VAR ทำเยอรมนีตกรอบฟุตบอลโลกแบบเจ็บแสบ
ปารากวัยขึ้นนำก่อนจาก ฮูลิโอ เอ็นซิโซ นาที 42 ก่อนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะโขกกู้ชีพจากลูกเปิดของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ หลังพักครึ่งไม่นาน จากนั้น ทาห์ โหม่งตุงในช่วงต่อเวลา แต่ผู้ตัดสิน จาลาล จาเยด ถูกเรียกไปดูจอมอนิเตอร์จากจังหวะ วัลเดมาร์ อันทอน ไปมีการปะทะเล็กน้อยกับ ออร์ลันโด กิล นายด่านปารากวัย ก่อนตัดสินใจไม่ให้ประตู
พอเข้าสู่การดวลเป้า ฮาแวร์ตซ์ ยิงพลาดตั้งแต่ลูกแรก ส่วน นิคลาส โวลเทมาเด้ ก็ซัดไม่เข้า แม้ อันโตนิโอ ซานาเบรีย จะยิงหลุดกรอบ และ มานูเอล นอยเออร์ เซฟลูกของ ฟาเบียน บัลบูเอน่า ได้ แต่สุดท้าย ทาห์ กลับตะบันข้ามคาน เปิดทางให้ โฆเซ่ กานาเล่ ยิงพาปารากวัยลิ่วเข้ารอบ
ในแง่ผลงานรายบุคคล นอยเออร์ทำอะไรไม่ได้มากกับประตูที่เสีย แต่ยังช่วยทีมไว้ในช่วงดวลโทษ ขณะที่ ทาห์ เล่นเด่นในลูกกลางอากาศแต่ดวงแตกสุด ๆ ทั้งโดนริบประตูและยิงจุดโทษพลาด ส่วน โยชัว คิมมิช มีจังหวะเคลียร์พลาดและเปิดบอลไม่แม่นอย่างที่คุ้นตา
แดนกลางเป็นอีกจุดที่ถูกตั้งคำถาม เฟลิกซ์ เอ็นเมชา มีส่วนปล่อยให้เอ็นซิโซเล่นง่ายก่อนเสียประตู ส่วน อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช ยังไม่ชัดว่าเติมอะไรให้ทีมได้มากนัก ด้าน เลรอย ซาเน่ ได้บอลไม่น้อยแต่สร้างความแตกต่างไม่ได้ ขณะที่ เวียร์ตซ์ ถือเป็นคนที่เปิดบอลอันตรายที่สุดของทีม
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ เยอรมนี แพ้ดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก และยิ่งเพิ่มแรงกดดันใส่ นาเกลส์มันน์ แม้เจ้าตัวยังเหลือสัญญาอีก 2 ปี หลังการเลือกใช้ เดนิซ อุนดาฟ เป็นตัวจริงไม่เวิร์ก และทีมที่เต็มไปด้วยคุณภาพต้องจอดป้ายต่อคู่แข่งที่สหรัฐฯ เคยถล่มในเกมเปิดทัวร์นาเมนต์
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
