ปลดนาเกลส์มันน์ กลายเป็นประเด็นร้อนทันที หลังเยอรมนีตกรอบฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการพ่ายจุดโทษปารากวัย 3-4 จากเกมที่เสมอ 1-1 ที่บอสตัน ตามรายงานของ Goal โดยผลงานนี้ยิ่งตอกย้ำฝันร้ายของ อินทรีเหล็ก นับตั้งแต่ผงาดแชมป์โลกปี 2014
แม้เยอรมนีจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้ในครั้งนี้ หลังเคยขายหน้าตกรอบแบ่งกลุ่มทั้งปี 2018 และ 2022 แต่ฟอร์มโดยรวมยังน่าผิดหวัง ทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ เจาะแนวรับปารากวัยไม่ขาด ทั้งที่คู่แข่งเคยดูมีปัญหาเกมรับในเกมกับสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้
หลังจบเกม กุนซือวัยหนุ่มยังแบะท่าชัดเจนว่าอยากทำงานต่อ โดยสัญญาของเขากับเดเอฟเบมีถึงหลังยูโร 2028
“ผมพร้อมอยู่แล้ว ถ้าเดเอฟเบอยากให้ผมอยู่ถึงปี 2028 ผมก็จะอยู่ ถ้าไม่ต้องการ ผมก็จะไป ผมไม่ใช่คนที่หนีปัญหา ผมอยากทำงานต่อ” นาเกลส์มันน์ เริ่มกล่าว
คล็อปป์ถูกมองเป็นทางออกของอินทรีเหล็ก
อย่างไรก็ตาม กระแสกดดันไม่ได้เบาลง เพราะเดเอฟเบเคยช้าเกินไปมาแล้วทั้งกรณี โยอาคิม เลิฟ หลังฟุตบอลโลก 2018 และ ฮันซี่ ฟลิค หลังฟุตบอลโลก 2022 ก่อนที่สุดท้ายทีมก็ไม่กระเตื้องอย่างที่หวัง
ปัญหาของนาเกลส์มันน์ไม่ได้มีแค่ผลการแข่งขัน แต่รวมถึงการวิจารณ์ลูกทีมผ่านสื่อ การจัดการเรื่องดึง มานูเอล นอยเออร์ กลับจากรีไทร์ รวมถึงการโยกตำแหน่ง โยชัว คิมมิช ไปมาระหว่างแบ็กขวากับกองกลางในเกมพ่ายปารากวัย ซึ่งยิ่งทำให้แผนการเล่นถูกตั้งคำถามหนัก
ด้าน เยอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งปัจจุบันทำงานกับเรดบูลล์ ถูกแฟนบอลจำนวนมากมองว่าเป็นตัวเลือกในฝัน โดยเจ้าตัวชำแหละหลังเกมว่าเยอรมนีต้องโจมตีริมเส้นให้มากกว่านี้ และยอมรับว่าทีมปล่อยให้ปารากวัยรอดไปได้
“ผมยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น ผมเข้าใจว่าเมื่อมีการพูดถึงตำแหน่งกุนซือทีมชาติ ชื่อของผมจะถูกพูดถึง แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะคุยเรื่องนี้ ผมมีงานที่ผมสนุกกับมันมาก และเท่าที่รู้ มันไม่ใช่งานพาร์ตไทม์” คล็อปป์ กล่าวทิ้งท้าย
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
