โรนัลโด้ บอลโลก กลายเป็นประเด็นให้แฟนบอลจับตาอีกครั้ง เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เตรียมนำโปรตุเกสดวลโครเอเชียวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมภารกิจที่เขายังไม่เคยทำได้เลย นั่นคือการยิงประตูในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก ตามรายงานจาก Goal
ดาวยิงโปรตุกีสเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ในเกมพบอุซเบกิสถาน หลังเป็นนักเตะชายคนแรกที่ยิงได้ในฟุตบอลโลก 6 สมัย สะท้อนความยืนระยะและวินัยระดับโหดของเจ้าตัว แต่สถิติอีกด้านกลับยังคาใจ เพราะทั้ง 10 ประตูในฟุตบอลโลกของเขา ล้วนเกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด
สถิติที่ยังตามหลอกโด้ในรอบน็อกเอาต์
เส้นทางเริ่มตั้งแต่ปี 2006 ที่โรนัลโด้กดจุดโทษใส่อิหร่าน และกลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยสุดของโปรตุเกสในฟุตบอลโลกเวลานั้น แต่หลังจากนั้น 4 เกมรอบน็อกเอาต์ เขายิงไม่ได้ แม้โปรตุเกสจะจบอันดับ 4 ก็ตาม
ปี 2010 เขาสวมปลอกแขนกัปตันทีม แต่ยิงได้เพียงลูกเดียวในเกมถล่มเกาหลีเหนือ 7-0 ก่อนฝอยทองพ่ายสเปน 0-1 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเจ้าตัวเคยเปิดใจว่า “ผมรู้สึกหมดอาลัย ผิดหวัง และเศร้าอย่างเกินจินตนาการ”
ปี 2014 โรนัลโด้พาโปรตุเกสคว้าตั๋วไปบราซิลด้วยการเหมาทั้ง 4 ประตูในเพลย์ออฟกับสวีเดน แต่ปัญหาสภาพร่างกายทำให้เขาเล่นไม่ออก ทีมจบรอบแรกแบบเงิบ ส่วนปี 2018 แม้เปิดหัวด้วยแฮตทริกใส่สเปน แต่ก็เงียบอีกครั้งในเกมพ่ายอุรุกวัย 1-2 รอบ 16 ทีม
ฟุตบอลโลก 2022 ยิ่งสะเทือนภาพจำ เมื่อเขายิงได้แค่จุดโทษใส่กานา ก่อนถูกหั่นเป็นสำรองในเกมกับสวิสและโมร็อกโก หลังตกรอบ เจ้าตัวเขียนว่า “ผมทุ่มทุกอย่างไว้ในสนาม ผมไม่เคยหนีจากการต่อสู้ และไม่เคยยอมแพ้ต่อความฝันนั้น”
ตอนนี้ในวัย 41 ปี โรนัลโด้ยังพิสูจน์ว่าเขายิงในฟุตบอลโลกได้ หลังเบิ้ลใส่อุซเบกิสถาน แต่เกมกับโครเอเชียของ ลูก้า โมดริช คือบททดสอบจริง หากอยากปิดปมที่ลากยาวมาทั้งอาชีพ นี่คือคืนที่โด้ต้องลั่นให้โลกรู้ว่าเขายังไม่หมดไฟ
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
