เบลเยียมพลิกนรก แบบเหลือเชื่อในฟุตบอลโลก รอบ 32 ทีมสุดท้าย หลังโดนเซเนกัลนำก่อน 2-0 แต่ยังฮึดกลับมาเฉือนชนะ 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ตามรายงานของ Goal
เกมนี้ ปีศาจแดงเบลเยียม เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานอยู่นานเกือบทั้งเกม ขณะที่เซเนกัลต่อยอดจากฟอร์มยิง 5 ประตูในนัดก่อน ด้วยการครองจังหวะเหนือกว่าในครึ่งแรก และเกือบขึ้นนำจาก อิสไมล่า ซาร์ ที่ซัดไปชนเสา
สุดท้าย สิงโตแห่งเตรังก้า มาได้ประตูนำจาก ฮาบิบ ดิยาร์ร่า ที่ตามซ้ำจังหวะเด้งจากเสา ก่อนที่ ซาร์ จะหลุดไปยิงผ่าน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ให้เซเนกัลหนีเป็น 2-0 หลังพักครึ่ง
ลูกากู-ตีเลอมันส์ จุดไฟคัมแบ็กเบลเยียม
รูดี้ การ์เซีย แก้เกมด้วยการส่ง โรเมลู ลูกากู ลงมาตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง แต่เบลเยียมยังดูตันไปหมด กระทั่งมีการเปลี่ยน เควิน เดอ บรอยน์ และ เจเรมี่ โดกู ออก ซึ่งยิ่งทำให้แฟนบอลต้องเลิกคิ้วกันไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม นาทีท้ายเกมกลายเป็นหนังคนละม้วน ลูกากูโฉบมายิงกู้ชีพจากลูกเปิดของ โธมัส มูนิเยร์ ในนาทีที่เหลืออีก 4 นาที ก่อนที่ ยูริ ตีเลอมันส์ จะโขกตุงจากจังหวะที่ โมรี่ ดิยาว รับลูกเปิดของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ไม่อยู่ ทำให้เกมกลับมาเสมอ 2-2 แบบช็อกทั้งสนาม
ช่วงต่อเวลาพิเศษทั้งสองทีมยังมีโอกาสลุ้นประตูชัย ก่อนที่เบลเยียมจะได้จุดโทษช่วงทดเจ็บหลัง VAR ชี้ว่ามีการทำฟาวล์ใส่ ยูริ ตีเลอมันส์ และเจ้าตัวลุกขึ้นมาสังหารเองอย่างเยือกเย็น ส่ง ดิยาว ไปผิดทาง พาทีมลิ่วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบดราม่าสุด ๆ
แม้ฟอร์มโดยรวมของเบลเยียมจะยังมีคำถาม โดยเฉพาะเกมรับที่เปิดพื้นที่ให้ ซาดิโอ มาเน่ และ ซาร์ เล่นงานหลายครั้ง แต่ชัยชนะนัดนี้อย่างน้อยก็ช่วยต่อลมหายใจให้ทีมของการ์เซียเดินหน้าต่อในฟุตบอลโลกได้สำเร็จ
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
