ดราม่า แบน บาโลกัน กลายเป็นประเด็นร้อนของฟุตบอลโลก หลังฟีฟ่าไฟเขียวให้ โฟลาริน บาโลกัน ลงสนามให้ทีมชาติสหรัฐฯ พบ ปีศาจแดงเบลเยียม ทั้งที่เพิ่งโดนใบแดงจากเกมรอบ 32 ทีม ตามรายงานของ Goal
หัวหอกของทัพพญาอินทรีถูกไล่ออกในเกมชนะบอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวินา จากจังหวะเข้าบอลใส่ ทาริค มูฮาเรโมวิช ซึ่งถูกมองว่าไม่ตั้งใจแต่เป็นอันตราย โดยปกติใบแดงโดยตรงต้องติดโทษแบนเกมถัดไปทันที
เบลเยียมตั้งคำถามกฎใบแดง หลังฟีฟ่าเปิดทางให้ลงเล่น
คริสเตียน พูลิซิช ระบุสั้น ๆ ว่าเรื่องนี้ “รู้สึกว่ามันถูกต้อง” แต่กระแสส่วนใหญ่กลับมองตรงกันข้าม โดยเฉพาะฝั่งเบลเยียมที่ออกอาการไม่พอใจชัดเจน ขณะที่ ป๋าเนฟ แกรี เนวิลล์ จัดหนักผ่าน ITV
“มันเหม็นมาก สิ่งที่เหม็นที่สุดคือควรมีกระบวนการตรวจสอบ ผมไม่คิดว่ามันเป็นใบแดง และควรมีกระบวนการให้ยกเลิกได้ แต่ถ้าไม่มีกระบวนการนั้น แล้วจู่ ๆ ฟีฟ่าตัดสินใจให้ผู้เล่นลงได้ กฎก็ควรเหมือนกันสำหรับทุกคน ถ้าผมเป็นเบลเยียม ผมคงเดือดสุด ๆ” เนวิลล์ กล่าว
รูดี้ การ์เซีย กุนซือเบลเยียม ยังแซวว่าไม่รู้ว่าวันที่ 5 กรกฎาคมเป็นวันเอพริลฟูลส์ในสหรัฐฯ ขณะที่สมาคมฟุตบอลเบลเยียมออกแถลงการณ์ว่า “ประหลาดใจ” กับคำตัดสินนี้ พร้อมชี้ว่าแม้ฟีฟ่าอ้างมาตรา 27 ของระเบียบวินัย แต่มาตรา 66.4 และข้อบังคับฟุตบอลโลกมาตรา 10.5 ระบุชัดว่าใบแดงต้องโดนแบนเกมถัดไปโดยอัตโนมัติ
ยูฟ่าเรียกคำตัดสินดังกล่าวว่า “เข้าใจไม่ได้และไม่มีเหตุผลรองรับ” ส่วน เซปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่า ยังออกมาชี้ว่าฟุตบอลไม่ควรถูกใช้เป็นสนามของอำนาจการเมือง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าได้คุยกับ จานนี อินฟานติโน เรื่องนี้โดยตรง แม้ฟีฟ่าปฏิเสธการแทรกแซงจากทำเนียบขาว
สถานการณ์นี้ทำให้ชัยชนะของสหรัฐฯ หากเกิดขึ้นอาจถูกตั้งคำถามตามหลังไปตลอด เพราะประเด็นไม่ได้อยู่แค่ตัวผู้เล่นคนเดียว แต่สะเทือนถึงความน่าเชื่อถือของฟีฟ่าและหลักแฟร์เพลย์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่สุดของโลก
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
