สวิสดวลเป้าชนะโคลอมเบีย 4-3 หลังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ในเวลา 120 นาที ทำให้ทีมจากยุโรปตบเท้าเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ไปดวลกับอาร์เจนตินาเป็นด่านต่อไป
เกมที่แวนคูเวอร์ถูกคาดว่าจะตึงตั้งแต่ก่อนแข่ง และภาพรวมก็เป็นเช่นนั้นจริง แต่ความตึงกลับมาพร้อมความฝืดแบบเต็ม ๆ โดยครึ่งแรกทั้งสองทีมรวมกันมีจังหวะแตะบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งเพียง 9 ครั้งเท่านั้น
วาร์กัสซัดโทษพาสวิสเข้ารอบ
ครึ่งหลังเกมยิ่งขาดคุณภาพในพื้นที่สุดท้าย ทั้งสวิสและโคลอมเบียแทบหาโอกาสจะแจ้งไม่ได้ จังหวะที่สะท้อนภาพรวมชัดสุดคือการยิงหลุดแบบผิดเหลี่ยมของ หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งพยายามชี้ว่าบอลเด้งไม่เป็นใจ แต่จากภาพรวมแล้วคือเจ้าตัวซัดพลาดเองมากกว่า
ช่วงต่อเวลาพิเศษเกมเริ่มมีสีสันขึ้นจากตัวสำรอง จอน ลูคูมี่ โขกชนคานจากลูกเตะมุมของ ฮวน กินเตโร่ ที่ลงมาแทน ฮาเมส โรดริเกซ ส่วน เซกี อัมดูนี่ ก็ลงมาบังคับให้ กามิโล วาร์กัส ต้องออกแรงเซฟแทบจะทันที
โคลอมเบียมีโอกาสทองสุด ๆ ก่อนหมดเวลา 5 นาที เมื่อ จามินตอน คัมปาซ ได้ยิงจากระยะเพียง 8 หลา หลังแนวรับสวิสเคลียร์ไม่ขาด แต่กลับซัดข้ามคานแบบน่าเสียดาย และกลายเป็นจังหวะราคาแพงเมื่อสุดท้ายต้องไปตัดสินกันที่จุดโทษ
รูเบน วาร์กัส ซึ่งเดิมทีแทบไม่ถูกคาดว่าจะมีส่วนร่วมเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บ ถูกส่งลงสนามนาที 92 ก่อนรับบทฮีโร่สังหารจุดโทษลูกตัดสิน ช่วยสวิสลิ่วสู่รอบ 8 ทีมฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1954 ตามมุมมองของ Goal เขาจึงถูกยกเป็นผู้เล่นเด่นของเกมนี้
ด้าน หลุยส์ ดิอาซ ต้องจบทัวร์นาเมนต์ด้วยน้ำตา แม้ปีกจากเสือใต้จะยิงจุดโทษของตัวเองเข้า แต่ตลอดเกมเขาโชว์ของได้เพียงเป็นพัก ๆ และไม่สามารถเปลี่ยนค่ำคืนสำคัญให้เข้าทางโคลอมเบียได้
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
