ฝรั่งเศสแพ้สเปน 0-2 ในเกมรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ปิดฉากเส้นทางของทีมเต็งแบบน่าผิดหวัง หลังลูกทีมของ เดส์ชองส์ เล่นไม่ออกและโดนกระทิงดุคุมเกมเหนือกว่าชัดเจน ตามรายงานของ Goal
เกมที่ดัลลัสเริ่มต้นแบบอึดอัดสำหรับทัพ ตราไก่ แม้ไม่ได้เสียโอกาสให้คู่แข่งมากนักในช่วงแรก แต่จุดเปลี่ยนมาถึงกลางครึ่งแรก เมื่อ ลูกาส์ ดีญ ไปเตะ ยามาล ในเขตโทษแบบชัดเจน ก่อนที่ มิเกล โอยาร์ซาบาล จะสังหารจุดโทษพาสเปนออกนำ
หลังเสียประตู ฝรั่งเศสแทบไม่มีทีท่าว่าจะกู้ชีพกลับมาได้ แนวรุกอย่าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิล โอลิเซ่ และ แบรดลีย์ บาร์โคล่า พยายามลากเลื้อยและต่อบอลเจาะช่อง แต่โดนสเปนปิดพื้นที่จนเงียบกริบ โดยฝรั่งเศสไม่มีแม้แต่การยิงตรงกรอบตลอด 80 นาทีแรก
แนวรุกฝรั่งเศสสอบตก สเปนลิ่วชิงแบบสมราคา
สเปนมีจังหวะเตือนหลายครั้งในครึ่งแรก แม้ยังไม่บีบให้ ไมค์ เมญอง ต้องออกแรงหนัก แต่ฝรั่งเศสก็ไม่แก้บทเรียน ก่อนโดนลงโทษอีกครั้งก่อนครบหนึ่งชั่วโมง เมื่อ ดานี โอลโม จ่ายให้ เปโดร ปอร์โร หลุดเข้าไปจบสกอร์ง่าย ๆ หลัง แม็กซองซ์ ลาครัวซ์ ขยับเช็กล้ำหน้าช้า
ในภาพรวมรายบุคคล เมญองไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดชอบกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ขณะที่ ดีญเจอเกมยากและเป็นต้นเหตุเสียจุดโทษ ส่วน วิลเลียม ซาลิบา เล่นกับบอลได้ดีแต่ต้องออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 30 เพราะอาการบาดเจ็บ
แดนกลางเองก็ไม่รอด อาเดรียง ราบิโอต์ โดนใบเหลืองตั้งแต่นาทีที่ 9 และถูกเปลี่ยนออกช่วงพักครึ่ง ขณะที่ โอลิเซ่เจาะเกมรับสเปนไม่เข้า เดมเบเล่เสียบอลง่าย ส่วน เอ็มบั๊ปเป้มีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียวและสร้างสรรค์เกมแทบไม่ได้
นี่จึงเป็นการโบกมือลาของ เดส์ชองส์ ในฐานะตำนานกุนซือทีมชาติฝรั่งเศสแบบหม่น ๆ หลังพาทีมไปไม่ถึงนัดชิงเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน ขณะที่ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ พาสเปนผงาดเข้าชิงอย่างสมควรจากฟอร์มที่เหนือกว่าตลอดทั้งเกม
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
