Goal ชี้ว่า เมสซี่ บัลลงดอร์สมัยที่ 9 เริ่มมีน้ำหนักขึ้นเรื่อย ๆ หลัง ลิโอเนล เมสซี่ โชว์ของในช่วงท้ายเกม พาอาร์เจนตินาแซงเฉือนอังกฤษ 2-1 และลิ่วเข้าชิงฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ
จังหวะสำคัญเกิดขึ้นนาที 92 เมื่อเมสซี่ถูก นิโก้ โอไรลี่ และ ดเจด สเปนซ์ บีบให้เล่นด้วยเท้าข้างไม่ถนัดทางกรอบเขตโทษฝั่งขวา แต่เจ้าตัวยังเปิดบอลสุดแม่นไปถึง เลาตาโร่ ที่เสาสอง ก่อนโขกตุงตาข่ายของ จอร์แดน พิคฟอร์ด เป็นประตูชัยสุดดราม่า
เมสซี่ลากฟ้าขาวเข้าชิงชนกระทิงดุ
แม้ก่อนหน้านี้ “ฟ้าขาว” ยังไม่ได้ดูร่างทองเหมือนชุดแชมป์โลก 2022 เพราะขาดแข้งสำคัญหลายราย รวมถึง อังเคล ดิ มาเรีย ที่รีไทร์ไปแล้ว แต่ทีมของ สกาโลนี่ ยังมีความดุดันและหัวใจนักสู้เป็นอาวุธหลัก โดยมีเมสซี่เป็นศูนย์กลางทุกอย่าง
เกมกับอังกฤษ ดาวเตะวัย 39 ปีทำ 2 แอสซิสต์ และเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 9 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก ขณะเดียวกันยังนำดาวซัลโวทัวร์นาเมนต์ด้วย 8 ประตู พร้อมทำอีก 4 แอสซิสต์ ตามหลังผู้นำอย่าง ไมเคิล โอลิเซ่ เพียงครั้งเดียว
“ผมเตรียมตัวและซ้อมมาตลอดหนึ่งปี ผมรู้ว่าต้องทุ่มทุกอย่างเพื่อให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ตอนนี้ผมแค่อยากสนุกกับมัน ผมไม่ได้พูดถึงฟุตบอลโลกครั้งสุดท้าย หรืออะไรแบบนั้น ทีมนี้ทุ่มสุดตัวเสมอ และไม่ได้ติดค้างอะไรใคร” เมสซี่ เริ่มกล่าวหลังเกม
คู่ชิงของอาร์เจนตินาคือสเปน ที่เพิ่งปราบฝรั่งเศสมาได้ โดยเมสซี่ยอมรับว่าเป็นเกมพิเศษ เพราะรู้จักฟุตบอลสไตล์สแปนิชเป็นอย่างดี และยังมีหลายคนจากบาร์ซ่า ทีมที่เขารักลงสนามอยู่ด้วย โดยเฉพาะ ยามาล ที่ถูกมองเป็นทายาทลูกหนังของเขา
หากเมสซี่ยังสร้างความแตกต่างในนัดชิงได้อีกครั้ง โอกาสซิว บัลลงดอร์ สมัยที่ 9 ย่อมเปิดกว้าง หลังปีที่ผ่านมาเขายังพา อินเตอร์ ไมอามี่ คว้าเอ็มแอลเอส คัพ พร้อมตัวเลขสุดโหดทั้งในเพลย์ออฟและฤดูกาลปกติ เรียกว่าตำนานบทใหม่อาจยังไม่ยอมปิดฉากง่าย ๆ
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
