ฟ้าขาวท้ายเกม กลายเป็นภาพจำของฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปแล้ว หลังอาร์เจนตินาแชมป์เก่าโชว์ลูกฮึดอีกครั้ง ด้วยการพลิกเฉือนอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศที่แอตแลนตา ตามการสรุปของ Goal
เกมดังกล่าว อาร์เจนตินาตามหลัง 0-1 ในช่วงท้าย แต่ยังไม่ยอมง่าย ๆ ก่อนที่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จะยิงตีเสมอในนาที 85 และ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซัดช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พาทีมลิ่วเข้าชิงกับสเปนในวันอาทิตย์นี้ โดยเมสซี่เป็นคนแอสซิสต์ทั้งสองประตู
เมสซี่กับสูตรยิงท้ายเกมที่พาอาร์เจนตินารอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตัวเลขที่สะเทือนคู่แข่งคือ อาร์เจนตินายิงไปแล้วถึง 11 ประตู ตั้งแต่นาที 79 เป็นต้นไปในทัวร์นาเมนต์นี้ เริ่มตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สองที่เมสซี่ซ้ำจังหวะของตัวเอง ก่อนตะบันผ่านแนวรับสามคนเป็นประตูปิดกล่อง
ในเกมปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มกับจอร์แดน เมสซี่ที่เพิ่งลงมาเป็นตัวสำรองก็จัดฟรีคิกระยะราว 25 หลา เลือกยิงเรียดลอดช่องกำแพงเข้าไปเป็นลูกตอกฝาโลงอีกครั้ง
เข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ความดราม่ายิ่งหนักขึ้น เกมกับเคปเวิร์ด ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยิงให้นำ 2-1 ในนาที 92 ก่อนเมสซี่เปิดเตะมุมจนกลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเองนาที 111 ช่วยทีมเฉือน 3-2
รอบ 16 ทีม อาร์เจนตินาเกือบเงิบเมื่อโดนอียิปต์นำ 2-0 แต่คัมแบ็กแบบสุดจัดจากประตูของคริสเตียน โรเมโร นาที 79, เมสซี่อีกสี่นาทีถัดมา และเอ็นโซ่ยิงประตูชัยช่วงทดเจ็บ จากนั้นรอบก่อนรองกับสวิส ก็ได้ฮูเลียน อัลวาเรซ และเลาตาโร่ยิงช่วงต่อเวลาพาทีมชนะ 3-1
ทั้งหมดทำให้เส้นทางของแชมป์เก่ายิ่งชัดเจนว่า นาทีสุดท้ายคือเวลาหากินของพวกเขา และถ้ายังรักษาความนิ่งแบบนี้ไว้ได้ นัดชิงกับสเปนอาจมีดราม่าท้ายเกมให้แฟนบอลได้ลุ้นกันอีกยก
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
