ซาก้าแฮตทริก พาทีมชาติอังกฤษอัดฝรั่งเศสสุดมัน 6-4 คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก ตามรายงานจาก Goal ในเกมที่กลายเป็นหนึ่งในแมตช์สกอร์เดือดที่สุดของทัวร์นาเมนต์
บูคาโย่ ซาก้า กดประตูในนาที 37, ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก และปิดแฮตทริกจากจุดโทษนาที 87 เป็นแฮตทริกครั้งที่สองของเจ้าตัวกับทัพสิงโตคำราม โดยอังกฤษยังได้ประตูจาก เดแคลน ไรซ์, เอซรี่ คอนซ่า และจู๊ด เบลลิ่งแฮม
อังกฤษนำห่าง 4-0 ตั้งแต่จบครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังฝรั่งเศสไม่ยอมง่าย ๆ ไล่ยิงคืนจนเกมเปิดหน้าแลกกันสนุก ก่อนที่เบลลิ่งแฮมจะมายิงปิดกล่องช่วงทดเจ็บนาที 90+8 เป็นประตูที่ 7 ของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้
เอ็มบั๊ปเป้แซงเมสซี่ นำดาวซัลโวฟุตบอลโลก
ฝั่งฝรั่งเศสได้ประตูจาก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ 2 ลูกในครึ่งหลัง นาที 48 และ 66 ทำให้ยอดรวมตลอดอาชีพในฟุตบอลโลกของเขาขยับเป็น 22 ประตู แซงหน้า ลิโอเนล เมสซี่ ที่ทำไว้ 21 ประตู
เอ็มบั๊ปเป้ยังผงาดขึ้นนำดาวซัลโวประจำฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยจำนวน 10 ประตู ทิ้งเมสซี่อยู่ 2 ลูก ก่อนที่กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาจะมีโอกาสไล่ล่ารางวัลรองเท้าทองคำในเกมชิงชนะเลิศกับสเปน
เกมนี้ยังทำสถิติเป็นนัดฟุตบอลโลกที่ยิงกันมากที่สุดนับตั้งแต่ฮังการีชนะเอลซัลวาดอร์ 10-1 เมื่อปี 1982 และเป็นเกมชิงอันดับ 3 ที่มีจำนวนประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยสกอร์รวม 10 ลูก
สำหรับฝรั่งเศส นี่คือเกมสุดท้ายของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ในฐานะกุนซือ หลังยืนยันว่าจะอำลาตำแหน่งหลังทำงานมายาวนาน 14 ปี โดยเขาโอบกอดลูกทีมและโบกมือลาแฟนบอลหลังจบเกมที่ฮาร์ด ร็อค สเตเดียม ซึ่งมีผู้ชมเต็มความจุ 64,478 คน
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
