ผู้ชนะผู้แพ้ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นประเด็นใหญ่หลังทัวร์นาเมนต์ปิดฉากที่นิวเจอร์ซีย์ โดย Goal ชี้ว่า สเปนคือแชมป์ที่คู่ควรที่สุด หลังเฉือนอาร์เจนตินา 1-0 ในนัดชิงที่รูปเกมอาจไม่สวย แต่เต็มไปด้วยวินัยและความเขี้ยว
ประตูชัยของ เฟร์ราน ตอร์เรส ในฐานะตัวสำรองพา กระทิงดุ เถลิงแชมป์โลก ขณะที่ ฟ้าขาว ต้องจบเกมแบบกร่อย ๆ หลัง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โดนไล่ออกช่วงท้าย และยังมีเหตุวุ่นหลังเสียงนกหวีดจาก เลอันโดร ปาเรเดส อีกต่างหาก
สเปน, เอ็มบั๊ปเป้ และเมสซี่ติดฝั่งผู้ชนะ
สเปนถูกยกให้เป็นทีมที่ช่วยกู้ภาพลักษณ์ฟุตบอลในทัวร์นาเมนต์นี้ ด้วยเกมรับสุดแน่น เสียเพียง 1 ประตูตลอดเส้นทางแชมป์ โดย โรดรี้ ซิวรางวัลโกลเดนบอล ขณะที่แนวรับอย่าง เปโดร ปอร์โร่, อายเมริก ลาปอร์ต, มาร์ก กูกูเรย่า และ เปา กูบาร์ซี่ ได้รับคำชมอย่างหนัก
อีกคนที่ยิ้มได้คือ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แม้ฝรั่งเศสจบเพียงอันดับ 4 แต่เจ้าตัวคว้าดาวซัลโว และแซง ลิโอเนล เมสซี่ ขึ้นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลก ส่วน เมสซี่ แม้แพ้นัดชิง แต่ผลงาน 8 ประตู 4 แอสซิสต์ในวัย 39 ปี ทำให้หลายเสียงยิ่งฟันธงว่าเขาคือแข้งเบอร์หนึ่งตลอดกาล
เออร์ลิง ฮาแลนด์ กับ นอร์เวย์ ก็ถูกยกเป็นเรื่องราวน่าประทับใจ หลังหอกตัวเก่งกด 7 ประตูจาก 5 นัด รวมถึงเกมโค่นบราซิล 2-1 ขณะที่ ลามีน ยามาล แม้ไม่ได้ระเบิดฟอร์มส่วนตัว แต่ช่วยทีมในบทบาทเพื่อส่วนรวมจนคว้าแชมป์โลกตั้งแต่อายุ 19 ปี
โรนัลโด้, เนย์มาร์ และหลายชาติใหญ่สอบตก
ฝั่งผู้แพ้ที่ถูกพูดถึงมากสุดหนีไม่พ้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้กลายเป็นภาพจำที่เจ็บปวดกับโปรตุเกส เพราะฟอร์มและสภาพร่างกายไม่ใกล้เคียงยอดแข้งคนเดิม ขณะที่ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ก็โดนตั้งคำถามหนักว่าปล่อยให้ทีมเสียสมดุลเพราะยึดติดกับสตาร์รายเดียว
เนย์มาร์เองก็โบกมือลาทีมชาติบราซิลหลังแพ้นอร์เวย์ในรอบ 16 ทีม พร้อมภาพสะท้อนเส้นทางอาชีพที่หลายฝ่ายมองว่าน่าเสียดายพรสวรรค์ ส่วนเยอรมนีภายใต้ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ตกเกรดจากการร่วงรอบ 32 ทีม และยังไม่ชนะเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเลยนับตั้งแต่นัดชิงปี 2014
ฟุตบอลโลก 2026 จึงเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ทั้งดราม่า หนักหน่วง และชวนถกเถียง แต่ท้ายที่สุดชื่อของสเปนถูกจารึกในฐานะแชมป์โลก ส่วนอีกหลายทีมและหลายซูเปอร์สตาร์คงต้องกลับไปทบทวนบทเรียนครั้งใหญ่
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
