สเปนเข้าชิงฟุตบอลโลก ได้สำเร็จ หลังโชว์เกมรับสุดแน่นและได้ อูไน ซิมอน เฝ้าเสาแบบเข้าฝัก พาทีมอัด ฝรั่งเศส 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตามรายงานของ Goal
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ทัพ “กระทิงดุ” ลิ่วสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 2 ของชาติ และเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี นับจากหนเดียวที่พวกเขาเคยไปถึงฝั่งฝันและคว้าแชมป์ได้
ซิมอนเซฟนิ่ง พาสเปนเก็บคลีนชีตที่ 6
จุดเด่นของ สเปน ในทัวร์นาเมนต์นี้ยังเป็นเกมรับที่เสียประตูยาก โดยนัดนี้คือคลีนชีตที่ 6 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของฟุตบอลโลกฉบับขยาย 48 ทีม ขณะที่ประตูเดียวที่ ซิมอน เสียในรายการนี้เกิดจากลูกตีเสมอของ เบลเยียม นาทีที่ 41 ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่ สเปน เฉือน 2-1
เกมกับ ฝรั่งเศส มีช็อตหวาดเสียวช่วงท้าย เมื่อ ซิมอน ต้องสปรินต์ออกจากกรอบเพื่อโหม่งตัดหน้าคีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ก่อนบอลไปเข้าทาง เดซีเร่ ดูเอ้ แต่เจ้าตัวยังรีบถอยกลับมา ใช้ร่างกายบล็อกแบบไม่ใช้มือบริเวณขอบเขตโทษ แล้วตามไปตะครุบบอลไว้ได้ทัน
ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นทีมอันดับ 1 ของฟีฟ่า แทบสร้างโอกาสจะแจ้งไม่ได้ โดย เอ็มบั๊ปเป้ มีโอกาสยิงเพียง 3 ครั้ง และไม่มีครั้งใดตรงกรอบ ทั้งที่ก่อนเกมเขามีสถิติ 20 ประตูจาก 20 นัดในฟุตบอลโลก และกำลังลุ้นดาวซัลโวร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่
“เรามีความสุขมากกับงานที่ทีมทำได้ วันนี้เรารู้ว่าเป็นเกมที่ซับซ้อนมาก เพราะพวกเขามีนักเตะระดับสุดยอด แต่ผมคิดว่าเราก็มีเหมือนกัน เราเป็นครอบครัวใหญ่ เราช่วยกันตลอด 90 นาที และเพรสซิ่งอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน” เปา กูบาร์ซี่ กล่าว
ด้าน ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ยอมรับว่า สเปน ปิดพื้นที่ได้ยอดเยี่ยม พร้อมชี้ว่าลูกทีมของเขามีความผิดพลาดทางเทคนิคมากเกินไป ทำให้เจาะเกมรับคู่แข่งไม่ถนัด และพลาดโอกาสเป็นชาติที่ 3 ที่เข้าชิงฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
