ไม่มีใครคาดว่า แผนเฟสซิง จะออกมาดุดันขนาดนี้ เมื่อกุนซือหนุ่มของ อัล-อิตติฮัด เลือกเปิดหน้าเพรสซิ่งใส่ อัล-นาสเซอร์ ตั้งแต่ต้นเกม แทนที่จะถอยไปตั้งรับรอสวนกลับตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ ตามรายงานจาก Goal
อัล-อิตติฮัดไม่ได้ไล่บีบแค่คนครองบอล แต่ยังปิดช่องจ่ายเกือบหมด ทำให้คู่แข่งต่อบอลขึ้นจากแดนหลังลำบาก โดยเฉพาะช่วงราว 22 นาทีแรกที่ อัล-นาสเซอร์ แทบตั้งเกมไม่ได้แบบถนัดถนี่
เพรสซิ่งของอัล-อิตติฮัดทำ อัล-นาสเซอร์ เล่นไม่ออก
ผลลัพธ์มาเร็วตั้งแต่นาทีที่ 4 เมื่อ จอร์จ อิเลนิคเฮนา หลุดไปกดตุงให้ทีมออกนำ ก่อนที่ดาวยิงรายนี้จะกลับมาเบิ้ลประตูสุดสวยในนาทีที่ 22 ย้ำให้เห็นว่า เฟสซิง อ่านพื้นที่หลังแนวรับ อัล-นาสเซอร์ ได้ขาดจริง
แดนกลางก็เป็นอีกจุดที่ อัล-อิตติฮัด คุมจังหวะได้ดี ล็อบเบ กับ มุคตาร์ ยืนปักหลักในพื้นที่สำคัญ ขณะที่ แบร์กไวน์ และ อัล-กัมดี ขยับเข้ากลางเพื่อสร้างตัวเลขเหนือกว่า ทำให้ไลน์ของ อัล-นาสเซอร์ ถูกตัดขาดเป็นช่วง ๆ
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของ อัล-นาสเซอร์ อยู่ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งยังอันตรายในฐานะกองหน้า แต่ไม่สามารถไล่เพรสแนวรับคู่แข่งได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ ดานิโล่ เปเรร่า มีเวลาและพื้นที่ขึ้นบอลจากแดนหลังมากเกินไป
แม้ อังเจโล่ จะยิงไล่มาในนาทีที่ 36 และทำให้เกมเริ่มซับซ้อนขึ้น แต่ครึ่งหลัง เฟสซิงเลือกปรับหมากด้วยการถอยทีมลงมาแพ็กเกมรับ รอเล่นสวนกลับใส่พื้นที่ว่างที่ อัล-นาสเซอร์ ต้องเปิดหลังบ้านเพื่อไล่ตีเสมอ
ช่วงท้ายเกม เขายังส่ง ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ ลงมาเพิ่มทางเลือกในลูกกลางอากาศและบอลเข้าเขตโทษ ก่อนปล่อยให้ อัล-นาสเซอร์ ครองบอลมากกว่า แต่ อัล-อิตติฮัด ยังรับมือได้แน่นพอจนปิดงานแบบสมเหตุสมผล
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
