เมตแลนด์-ไนล์ส ยิงกู้ชีพให้ เอฟเวอร์ตัน แบบสะใจแฟนบอล หลังซัดประตูช่วงทดเจ็บนาที 96 พาทีมไล่เจ๊า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Goal
เกมที่ ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดี้ยม เป็นฝ่ายทีมเยือนออกนำก่อนจาก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ก่อนที่ ไทริค จอร์จ จะตีเสมอให้เจ้าถิ่น อย่างไรก็ตาม เบนจามิน เชชโก้ ตัวสำรองของ “ปีศาจแดง” มายิงในนาที 88 ทำท่าว่าจะพาทีมบุกคว้าชัย
แต่ดราม่ายังไม่จบ เมื่อแนวรับ ยูไนเต็ด เคลียร์กันไม่ขาดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บอลมาเข้าทาง เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์ส บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวตะบันเต็มข้อเสียบมุมบนแบบหมดจด ช่วย “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” รอดพ้นความพ่ายแพ้และรักษาสถิติไร้พ่ายต่อไป
ประตูเดบิวต์สุดดราม่าของ เมตแลนด์-ไนล์ส
หลังจบเกม อดีตแข้ง อาร์เซน่อล เปิดใจผ่าน Sky Sports ว่าประตูนี้ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากชัยชนะ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในการลงสนามนัดแรกกับต้นสังกัดใหม่
“มันรู้สึกเหมือนชนะเลย เราสู้กันลึกมากและสุดท้ายก็เก็บ 1 คะแนนได้ แฟนบอลอยู่กับเรา และเราก็สู้จนจบ นั่นแหละคือเหตุผลที่คุณได้ผลการแข่งขันแบบนี้” เมตแลนด์-ไนล์ส เริ่มกล่าว
“มันสุดยอดมาก ทุกคนก็อยากเริ่มต้นแบบนี้ และโชคดีที่ผมทำได้ บอลตกมาหาผมตรงหน้ากรอบ ผมก็ใส่เต็มเท้า แล้วมันก็พุ่งเข้ามุมบน ซึ่งผมแฮปปี้มาก ผมมาที่นี่เพื่อทำงานหนัก ทีมนี้เต็มไปด้วยคนที่ทำงานหนัก ดังนั้นผมเข้ากับทีมได้แน่ และจะพยายามช่วยทีมให้มากที่สุด” เจ้าตัวกล่าวต่อ
ประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลา 95:11 กลายเป็นประตูพรีเมียร์ลีกที่ช้าที่สุดของ เอฟเวอร์ตัน ในสนามใหม่ อีกทั้งยังเป็นการยุติการรอคอยประตูในลีกของเจ้าตัวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2018 และทำให้เขาเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่ยิงจากนอกกรอบในเกมพรีเมียร์ลีกนัดเดบิวต์
ด้าน เดวิด มอยส์ ยอมรับว่าเสียดายที่ทีมได้เพียงแต้มเดียว โดยชี้ว่าลูกทีมสมควรมีมากกว่านั้น พร้อมมองว่าช่วงเวลาแบบนี้สำคัญต่อการสร้างโมเมนตัม ก่อนที่ เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 8 จะบุกไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ของ ไมเคิล คาร์ริค มีคิวเปิดบ้านรับ ซาบาห์ ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก วันพฤหัสบดีนี้
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
