ทีมยอดเยี่ยมฟุตบอลโลก 2026 ของ Goal มาในธีมแชมป์โลกเต็ม ๆ หลัง สเปน เฉือน อาร์เจนตินา ในนัดชิงด้วยประตูช่วงต่อเวลาของ เฟร์ราน ตอร์เรส ผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ
ทัวร์นาเมนต์หนนี้ลงเล่นกันถึง 104 นัด ยิงรวม 308 ประตู ก่อนที่สองทีมอันดับต้นของโลกอย่าง สเปน และ อาร์เจนตินา จะฝ่าด่านมาชนกันในเกมสุดท้าย ซึ่งสุดท้ายเป็นทัพกระทิงดุที่ซิวโทรฟี่ไปครอง
กระทิงดุยึดแกนหลักหลังซิวแชมป์โลก
แนวรับของทีมชุดนี้นำโดย โวซินญา นายด่านวัย 40 ปีของ เคปเวิร์ด ที่เซฟกระจายทั้งเกมเจ๊า สเปน และเกมดวล อาร์เจนตินา รอบ 32 ทีม จนกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลแบบเต็มตัว
แผงหลังเป็น เปโดร ปอร์โร, เปา กูบาร์ซี่, ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ มาร์ก กูกูเรย่า โดย ปอร์โร สอดขึ้นไปยิงและเปิดบอลนำไปสู่ประตูในนัดชิง ส่วน กูบาร์ซี่ วัย 19 ปี โชว์นิ่งเกินอายุ ช่วยให้ สเปน เสียแค่ประตูเดียวตลอดรายการ พร้อมคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม
กูกูเรย่า กลายเป็นอีกคนที่ตอบทุกคำถามเรื่องฝีเท้า หลังไม่โดนเลี้ยงผ่านเลยตลอด 5 นัดก่อนถึงรอบชิง แถมยังมีแอสซิสต์สำคัญ ขณะที่ ลิซานโดร แม้ อาร์เจนตินา เกมรับไม่ได้แน่นเหมือนเดิม แต่เจ้าตัวยังเด่นทั้งความดุดัน การออกบอล และประตูสำคัญในเกมกับ เคปเวิร์ด
โรดรี้คุมกลาง, เบลลิ่งแฮมแบกสิงโตคำราม
แดนกลางมี โรดรี้ เป็นหัวใจสำคัญของ สเปน เขาคุมจังหวะจากตำแหน่งหมายเลข 6 ได้เนียนกริบ ทำสถิติผ่านบอลสำเร็จมากที่สุดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในปี 1966 และคว้าโกลเด้นบอลไปครอง
จู๊ด เบลลิ่งแฮม ก็เข้าฝักสุด ๆ หลังยิง 7 ประตูจากแดนกลาง กลายเป็นแข้งอังกฤษที่ทำประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลกหนึ่งสมัย โดยเฉพาะเกมกับ เม็กซิโก ที่เจ้าตัวเบิ้ลพา สิงโตคำราม ลิ่วต่อแบบตราตรึง
ไมเคิล โอลิเซ่ ถูกขยับมาเล่นบทเพลย์เมคเกอร์ให้ ฝรั่งเศส แล้วปล่อยของทันที จบทัวร์นาเมนต์ด้วย 7 แอสซิสต์ ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของฟุตบอลโลกหนึ่งสมัย โดยเกมกับ สวีเดน คือหนึ่งในฟอร์มที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
เอ็มบั๊ปเป้ขึ้นแท่นราชันดาวยิงฟุตบอลโลก
แนวรุกสามคนเป็น เมสซี่, เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ โดย เมสซี่ ในวัย 39 ปียังแบก ฟ้าขาว เข้าชิงด้วยผลงาน 6 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม และมีส่วนร่วมอีก 6 ประตูในรอบน็อกเอาต์
ฮาแลนด์ ลงเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกกับ นอร์เวย์ แล้วจัดหนักทันที ทั้งยิงชัยใส่ ไอวอรี่โคสต์ และเบิ้ลล้ม บราซิล ในรอบ 16 ทีม ซึ่งถูกยกเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของชาติ
ส่วน เอ็มบั๊ปเป้ แม้ ฝรั่งเศส จอดรอบตัดเชือก แต่เจ้าตัวคว้าโกลเด้นบูต และขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกเรียบร้อย หลังยิงต่อเนื่องทั้งรอบแบ่งกลุ่ม รอบน็อกเอาต์ และเกมชิงอันดับ 3 ที่พ่าย อังกฤษ
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
