เอเอฟซี นอร์ธ กำลังเข้าสู่ฤดูกาลที่หน้าตาเปลี่ยนไปแบบสะเทือนทั้งดิวิชั่น หลังเกมสุดท้ายของฤดูกาลปกติ 2025 ตัดสินแชมป์กันถึงเพลย์สุดท้าย ก่อนที่ บัลติมอร์ เรฟเวนส์ และ พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส จะโบกมือลากุนซือระดับตำนานของตัวเอง ตามรายงานจาก Goal
จอห์น ฮาร์บอห์ อำลา เรฟเวนส์ หลังคุมทีมยาว 18 ฤดูกาล ส่วน ไมค์ ทอมลิน ปิดฉาก 19 ฤดูกาลกับ สตีลเลอร์ส โดยมี เจสซี มินเตอร์ และ ไมค์ แม็คคาร์ธี ถูกแต่งตั้งเข้ามารับไม้ต่อ ขณะที่ คลีฟแลนด์ บราวน์ส ก็เปลี่ยนจาก เควิน สเตฟานสกี มาเป็น ท็อดด์ มอนเคน ทำให้ 3 จาก 4 ทีมในดิวิชั่นเปลี่ยนนายใหญ่พร้อมกัน
ยุคใหม่ของเรฟเวนส์และสตีลเลอร์ส
มินเตอร์ลั่นชัดว่า เรฟเวนส์จะไม่ชนะเพราะชื่อทีม หรือเพราะมีสตาร์อยู่ในมือ แต่ต้องสร้างมาตรฐานใหม่ในทุกวัน โดยมี ลามาร์ แจ็คสัน กลับมาเป็นกุญแจสำคัญ หลังฤดูกาลก่อนพลาดลงเล่น 4 เกม และมีช่วงที่ฟอร์มหลุดให้เห็น
“มันคือกระบวนการแบบวันต่อวัน เราจะไม่ชนะเพราะเราเป็น เรฟเวนส์ เราจะไม่ชนะเพราะเรามีผู้เล่นคนนั้นคนนี้ และเราจะไม่ชนะเพราะผมเป็นโค้ช เราจะสร้างความสำเร็จจากมาตรฐานที่เราวางไว้ และกระบวนการที่เราทำทุกวัน” มินเตอร์ เริ่มกล่าว
ฝั่ง สตีลเลอร์ส มีความลงตัวเชิงเรื่องราวไม่น้อย เมื่อ แม็คคาร์ธี ได้คุมทีมบ้านเกิด และกลับมาร่วมงานกับ แอรอน ร็อดเจอร์ส อีกครั้ง ทีมยังเสริมอาวุธรอบตัวควอเตอร์แบ็กดีกรีเอ็มวีพี 4 สมัย ทั้ง ไมเคิล พิตต์แมน, เจอร์มี เบอร์นาร์ด และ ริโก ดาวเดิล เพื่อเพิ่มแต้มในเกมที่มักเฉือนกันสูสี
ซินซินเนติ เบงกอลส์ ยังฝากความหวังไว้กับ โจ เบอร์โรว์ ที่เริ่มหมดความอดทนหลังทีมพลาดเพลย์ออฟ 3 ปีติด ขณะที่ บราวน์ส ตัดสินใจให้ เดอชอน วัตสัน คัมแบ็กเป็นตัวจริง แม้แฟนบอลบางส่วนไม่พอใจ หลังเจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่อาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายในปี 2024
“คุณจะผลักมันออกไปเรื่อย ๆ ก็ได้ หรือจะพูดตอนนี้เลยว่านี่คือปีของเรา ผมเบื่อกับการพูดว่า ปีหน้า ปีหน้า ปีหน้า นี่แหละคือเวลาของเรา” เบอร์โรว์ กล่าวทิ้งท้าย
เข้ากลุ่ม ทีเด็ดบอล VIP คลิก!! และ ทีเด็ดบอลสด ที่นี่
